ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำสัปดาห์: มีมูลค่าการซื้อขายรวม 380,199 ลบ.

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทยสัปดาห์นี้ (10 – 14 ส.ค. 69)สัปดาห์ก่อนหน้า (3 – 7 ส.ค. 69)เปลี่ยนแปลง (%)สะสมตั้งแต่ต้นปี (1 ม.ค. – 14 ส.ค. 69)
มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ – Outright Trading (ล้านบาท)380,198.61474,315.28-19.84%14,725,796.19
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท)95,049.6594,863.06+0.20%99,498.62
ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index)107.01106.96+0.05%
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index)108.88108.91-0.03%

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) –%

ช่วงอายุของตราสารหนี้1 เดือน6 เดือน1 ปี3 ปี5 ปี10 ปี15 ปี30 ปี
สัปดาห์นี้ (14 ส.ค. 69)0.860.890.951.281.582.082.633.16
สัปดาห์ก่อนหน้า (7 ส.ค. 69)0.860.890.941.251.572.082.653.15
เปลี่ยนแปลง (basis point)001310-21

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (10 – 14 สิงหาคม 2569)

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (4 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 380,199 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 95,050 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 20% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 56% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 214,515 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 125,863 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 17,844 ล้านบาท หรือคิดเป็น 33% และ 5% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB27NA (อายุ 1.3 ปี) LB299A (อายุ 3.1 ปี) และ LB276A (อายุ .8 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 19,358 ล้านบาท 19,242 ล้านบาท และ 9,663 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) รุ่น SPALI282A (Non-Rated) มูลค่าการซื้อขาย 2,318 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) รุ่น CPF301A (A) มูลค่าการซื้อขาย 1,771 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) รุ่น SPALI292B (Non-Rated) มูลค่าการซื้อขาย 769 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1-3 bps. ด้านปัจจัยต่างประเทศ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ (CPI) ประจำเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 3.4% (YoY) ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดการเงินประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่นางเบธ แฮมแมค ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาคลีฟแลนด์ กล่าวว่า เฟดควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยทันที เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังสูงเกินไป และชะลอการขยายตัวและการลงทุนของภาคธุรกิจ ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน ก.ค. ลดลง 23,000 ตำแหน่ง สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่ง

สัปดาห์ที่ผ่านมา (10 – 14 สิงหาคม 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 13,835 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 4,606 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 9,229 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ

หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้ ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565

ข่าวล่าสุด