บมจ.สกาย ไอซีที [SKY] กางยุทธศาสตร์ครึ่งปีหลัง 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ทั้ง Profit Engine, Growth Engine และ Future Engine พร้อมรับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและท่องเที่ยวช่วงท้ายปี แม้เผชิญความท้าทายด้านต้นทุนพลังงานและสถานการณ์ตะวันออกกลางในไตรมาส 2/69 ที่ผ่านมา ตุนแบ็กล็อกกว่า 27,838 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้อย่างยั่งยืนยาว 7 ปี

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SKY เปิดเผยว่า แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หากคลี่คลายลงก็จะส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิง และต้นทุนการเดินทางปรับลดลงด้วย ขณะเดียวกัน สายการบินต่าง ๆ เริ่มมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจระยะสั้นด้วยการลดจำนวนเที่ยวบินลง แต่ปรับเพิ่มจำนวนผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน (Load Factor) ให้รองรับปริมาณผู้โดยสารต่อเที่ยวบินได้มากขึ้นเพื่อลดต้นทุนดำเนินงาน ประกอบกับประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีผู้โดยสารต่างชาติหลั่งไหลเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) คาดการณ์ว่า จำนวนผู้โดยสารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้น 5% ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการบินของ SKY ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ สกาย กรุ๊ป เน้นการสร้างรากฐานขององค์กรที่แข็งแกร่ง ผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจที่สร้างกำไร (Profit Engine) ผ่านการลงทุน และถือหุ้นในบริษัทที่มีศักยภาพ อาทิ บมจ.โปร อินไซด์ [PIS] ที่ทำโครงการวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง 2.กลุ่มธุรกิจที่สร้างการเติบโต (Growth Engine) ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ Aviation Tech as a Service ในนาม SKY ICT ซึ่งเป็น Backbone ในการสร้างรายได้เข้าสู่บริษัทและบริษัท เมทเธียร์ จำกัด หรือ Metthier ธุรกิจด้าน Smart Facility Management ที่เติบโตจากการรับงานทั้งในภาครัฐ และเอกชน และ 3.กลุ่มธุรกิจที่สร้างโอกาสแห่งอนาคต (Future Engine) มุ่งลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ เช่น บริษัท สกาย เอไอ จำกัด หรือ SKY AI ที่เดินหน้าเป็นผู้บุกเบิก AI Agent Economy ให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะเดียวกัน สกาย กรุ๊ป ยังมีรายได้ที่รอรับรู้ในอนาคต (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 2/69 รวมกว่า 27,838 ล้านบาท จากโครงการที่กำลังเซ็นสัญญาใหม่ และงานที่รอส่งมอบ ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้เข้าสู่บริษัทอย่างต่อเนื่องไปอีก 7 ปี สะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/69 บริษัททำรายได้รวม 2,653 ล้านบาทเติบโต 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ลดลง 4.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) และทำผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% YoY แต่ลดลง 25.7% QoQ
ส่งผลให้ครึ่งปีแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย. 69) SKY สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมทั้งหมด 5,442 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% และมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 523 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
“แม้ช่วงไตรมาส 2 จะเผชิญกับความท้าทาย ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจนทำให้สายการบินต้องปรับลดความถี่ของเที่ยวบิน รวมถึงจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงในช่วง Low Season ของการท่องเที่ยว แต่สกาย กรุ๊ป ยังรักษาการเติบโตได้อย่างมั่นคงด้วยกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงในการลงทุน และดูแลบริษัทในเครืออย่างใกล้ชิด ไปจนถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในกลุ่มธุรกิจ SKY เพิ่มขึ้น 162 ล้านบาท หรือ 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งถือเป็น Positive Sign ที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัท” นายสิทธิเดช กล่าว





