ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (18 ส.ค.) ตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่เปิดอ่อนแรงลงในวันจันทร์ (17 ส.ค.) โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 68,847.35 จุด ลดลง 372.90 จุด หรือ -0.54%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 25,368.87 จุด ลดลง 84.36 จุด หรือ -0.33%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,979.49 จุด ลดลง 3.16 จุด หรือ -0.08%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 2%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียขยับลง 0.1%
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 2.10 ดอลลาร์ หรือ 2.55% ปิดที่ 84.50 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้น 2.35 ดอลลาร์ หรือ 2.65% ปิดที่ 90.87 ดอลลาร์/บาร์เรล ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันจันทร์ เนื่องจากการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก
สำนักข่าว Tasnim ซึ่งเป็นสื่อของอิหร่านรายงานว่า เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านไม่มีแผนที่จะเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขยายระยะเวลาของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่มีกำหนดสิ้นสุดลงในจันทร์ที่ 17 ส.ค.
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯ ไม่มีแผนที่จะขยายข้อตกลง MOU และเรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนน นอกจากนี้ ทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีโอมาน หากโอมานเข้ามาขัดขวางการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้นรับความแข็งแกร่งของหุ้นบริษัทชิปรายใหญ่ โดยหุ้น Samsung Electronics ทะยานขึ้น 3% และหุ้น SK hynix พุ่งขึ้น 5%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





