
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) เปิดเผยในวันนี้ (18 ส.ค.) ว่า ยอดหนี้ต่างประเทศของอินโดนีเซียในไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับ 4.534 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
รามดัน เดนนี ปราโกโซ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของ BI ระบุว่า การเพิ่มขึ้นดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากหนี้ต่างประเทศของภาครัฐ (ครอบคลุมทั้งหนี้ของรัฐบาลและธนาคารกลาง) ที่สูงขึ้น ขณะที่การหดตัวของหนี้ต่างประเทศในภาคเอกชนเริ่มชะลอตัวลง
ทั้งนี้ หนี้ต่างประเทศของรัฐบาลอยู่ที่ 2.163 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี (ชะลอลงจากไตรมาสแรกที่โต 3.8%) โดยมีสาเหตุหลักจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดพันธบัตรรัฐบาล
ขณะเดียวกัน หนี้ต่างประเทศของธนาคารกลางเพิ่มขึ้นเช่นกัน หลังนักลงทุนต่างชาติ (Non-resident) เข้าถือครองตราสารหนี้สกุลเงินรูเปียห์ของธนาคารกลางอินโดนีเซีย (SRBI) เพิ่มขึ้น
ส่วนหนี้ต่างประเทศของภาคเอกชนอยู่ที่ 1.946 แสนล้านดอลลาร์ ลดลง 0.6% เมื่อเทียบรายปี ชะลอลงจากการหดตัว 1.3% ในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากยอดหนี้ต่างประเทศของกลุ่มสถาบันการเงินปรับลดลงในอัตราที่น้อยลง
สำหรับสัดส่วนหนี้ต่างประเทศต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอินโดนีเซียในไตรมาส 2 อยู่ที่ 30.6% โดยเป็นหนี้ระยะยาวถึง 82.1% ของหนี้ทั้งหมด
BI ระบุว่า โครงสร้างหนี้ต่างประเทศของประเทศยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี โดยได้รับแรงหนุนจากการบริหารจัดการหนี้อย่างรอบคอบ ซึ่งการกู้ยืมต่างประเทศของรัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนภาคส่วนที่สร้างผลผลิต
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





