ฟิลิปปินส์มั่นใจ สหรัฐฯ โยกย้ายยุทโธปกรณ์ไปตะวันออกกลาง ไม่กระทบความร่วมมือทางทหาร

พลเรือตรี รอย วินเซนต์ ตรินิดาด โฆษกกองทัพฟิลิปปินส์ แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค.) ว่า ฟิลิปปินส์ไม่คาดว่ากิจกรรมทางทหารร่วมกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาจะลดลง แม้สหรัฐฯ จะมีการโยกย้ายกำลังและยุทโธปกรณ์บางส่วนไปยังตะวันออกกลางก็ตาม

ตรินิดาดระบุว่า การเคลื่อนย้ายกำลังทางทหาร ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน (USS George Washington) จากมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังตะวันออกกลาง อาจทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการจัดวางกำลังป้องกันของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก แต่ไม่ได้ส่งผลต่อความมุ่งมั่นที่มีต่อพันธมิตรแต่อย่างใด

ตรินิดาดกล่าวในการแถลงข่าวว่า “เราไม่เห็นถึงแนวโน้มว่ากิจกรรมของเราจะลดลงหรือชะลอตัวลงแต่อย่างใด”

“เราไม่เห็นแนวโน้มว่ากิจกรรมของเราจะลดลงหรือชะลอตัวลง” ตรินิดาดกล่าว พร้อมย้ำว่า “พันธกรณีด้านการป้องกันประเทศระหว่างสหรัฐฯ กับฟิลิปปินส์นั้นหนักแน่นมั่นคงอย่างยิ่ง”

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปรับลดขนาดการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ โดยอ้างเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ้อมรบและการที่เกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน

ฟิลิปปินส์ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรด้านความมั่นคงที่ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐฯ ในเอเชีย ทั้งสองประเทศมีสนธิสัญญาป้องกันร่วมกัน (MDT) มานานหลายทศวรรษ รวมถึงข้อตกลงว่าด้วยการเยือนของกองกำลังทหาร (VFA) และข้อตกลงที่อนุญาตให้สหรัฐฯ เข้าใช้พื้นที่และฐานทัพต่าง ๆ ทั่วหมู่เกาะฟิลิปปินส์

ในแต่ละปี ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพจัดการฝึกและซ้อมรบร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ หลายสิบรายการ โดยมีกำลังพลเข้าร่วมหลายพันนาย ซึ่งรวมถึงการซ้อมรบร่วมขนาดใหญ่ที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ยังได้มีการอนุมัติแผนกิจกรรมชุดใหม่สำหรับปีหน้า ครอบคลุมทั้งการซ้อมรบขนาดใหญ่และการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ

ด้านเอลบริดจ์ คอลบี หัวหน้าฝ่ายนโยบาย กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้กล่าวย้ำระหว่างการเยือนกรุงมะนิลาเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ถอนตัวหรือลดบทบาทในเอเชีย และยังคงมุ่งเน้นการรักษาดุลอำนาจที่เอื้อประโยชน์ต่อเสถียรภาพในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต