
สหรัฐฯ ดำเนินมาตรการคว่ำบาตร โทโมโกะ อาคาเนะ ชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาองค์กรตุลาการที่มีสำนักงานใหญ่ ณ กรุงเฮก แห่งนี้ว่า ก้าวล้ำอธิปไตยของรัฐ ซึ่งนับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ ในความพยายามเพื่อรื้อทำลาย ICC
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ในวันอังคาร (18 ส.ค.) ว่า ICC “เป็นศาลที่อยู่เหนืออำนาจอธิปไตยของรัฐ ที่ทุจริตและเล่นการเมืองอย่างร้ายแรง ทั้งยังใช้อำนาจในทางที่ผิดอย่างมีเจตนามุ่งร้าย และทำเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่”
นอกจากอาคาเนะ ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่งประธาน ICC ระยะเวลา 3 ปีเมื่อปี 2567 แล้ว สหรัฐฯ ยังได้คว่ำบาตร อับดุลเลาะห์ เซเย ชาวเซเนกัล ซึ่งเป็นทนายความระดับสูงของศาลด้วยเช่นกัน
รูบิโออ้างว่า บุคคลทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามของ ICC ในการสอบสวน จับกุม หรือดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่รัฐบาลของเจ้าหน้าที่เหล่านั้นไม่ได้ให้ความยินยอมรับอำนาจศาล ICC
ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว สินทรัพย์ใด ๆ ที่บุคคลทั้งสองครอบครองในสหรัฐฯ จะถูกอายัด และทั้งสองจะถูกจำกัดการเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นสมาชิกของ ICC และไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลเหนือพลเมืองของสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ในเดือนก.พ. 2568 ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารที่มีเป้าหมายโจมตี ICC โดยกล่าวหาว่า ศาลดำเนินการ “อย่างไม่เป็นธรรมและไร้มูลความจริง” ต่อสหรัฐฯ และอิสราเอลซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิด รวมถึงการออกหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล
ICC ได้ออกหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และโยอาฟ กัลแลนต์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม โดยอ้างข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในฉนวนกาซา ซึ่งเนทันยาฮูได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวหาศาลว่ามีพฤติกรรมต่อต้านชาวยิว
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/ปนัยดา ปัทมโกวิท





