ลาวเร่งส่งเสริมใช้รถ EV ชูไฟฟ้าพลังน้ำ หลังสงครามพ่นพิษทำน้ำมันขาดแคลน

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) กำลังเดินหน้ายกระดับความพยายามในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไฟฟ้าพลังงานน้ำอันอุดมสมบูรณ์ในประเทศ พร้อมทั้งประกาศระงับการนำเข้ารถยนต์สันดาปที่ใช้น้ำมันเบนซินเป็นการชั่วคราว หลังปัญหาน้ำมันขาดแคลนจากสงครามในอิหร่านได้จุดชนวนความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงาน

รัฐบาลสปป.ลาวตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าเป็น 30% ของจำนวนยานยนต์ทั้งหมดในประเทศภายในปี 2573 โดยถึงแม้เป้าหมายดังกล่าวยังคงห่างไกล เมื่อพิจารณาจากยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดรวม 17,357 คัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.5% ของจำนวนรถยนต์ทั้งหมดในประเทศที่มีอยู่ราว 3 ล้านคัน แต่รัฐบาลมุ่งหวังว่า มาตรการจูงใจจากภาครัฐกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยสปป.ลาวจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับยานยนต์พลังงานสะอาด เช่น รถยนต์ EV ในอัตราเพียง 3% เมื่อเทียบกับการจัดเก็บภาษีในระดับตัวเลขสองหลักสำหรับรถยนต์เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,000-3,000 cc

นอกจากนี้ ท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ลาวยังได้เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลได้แจ้งไปยังกระทรวงต่าง ๆ เกี่ยวกับแผนการระงับการนำเข้ารถยนต์เบนซิน พร้อมกระตุ้นให้บริษัทขนส่งปรับเปลี่ยนกองยานพาหนะให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างน้อย 10% ภายในปีนี้

ความกังวลเกี่ยวกับคลังสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล โดยการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันเบนซินไปทั่วทั้งเอเชีย และต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่สปป.ลาว ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล จะจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาได้ โดยข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการค้าการต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) เผยว่า ลาวมีปริมาณน้ำมันสำรองเหลือพอใช้เพียงแค่สองวันเท่านั้นในช่วงต้นเดือนมี.ค.

ที่ผ่านมา รัฐบาลสปป.ลาวต้องเสียเงินตราต่างประเทศจำนวนมากไปกับการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงในแต่ละปี ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อดุลการค้าและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวน ดังนั้น เป้าหมายหลักในขณะนี้คือการนำทรัพยากรพลังงานน้ำที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในประเทศมาใช้ประโยชน์ให้เกิดสูงสุด ด้วยความหวังว่าการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้าได้อย่างมาก นอกจากนี้ การที่ลาวเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังได้กลายเป็นแรงผลักดันเพิ่มเติมให้กับตลาด EV ด้วย

ขณะเดียวกัน สปป.ลาว เตรียมขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มเติม หลังจากรัฐวิสาหกิจน้ำมันเชื้อเพลิงลาว (LSFE) และรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกันเมื่อเดือนก.ค. เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการให้บริการสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า 

การศึกษาความเป็นไปได้ในครั้งนี้เป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลสปป.ลาวที่ต้องการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ลดการพึ่งพารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวของประเทศ ผ่านการเพิ่มการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้เองภายในประเทศ 

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะประเมินความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนสถานีบริการน้ำมันของ LSFE ให้กลายเป็นศูนย์บริการพลังงานทันสมัยที่พรั่งพร้อมด้วยหัวชาร์จเร็ว (Fast Charging) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โดยสถานีชาร์จที่เสนอจัดตั้งจะรองรับทั้งมาตรฐานการชาร์จระดับสากลและมาตรฐานของจีน รวมถึง CCS Type 2 และ GB/T เพื่อให้สามารถรองรับรถยนต์ไฟฟ้าหลากแบรนด์ ทั้งที่มีใช้งานอยู่แล้วในสปป.ลาวและที่จะเข้าสู่ตลาดในอนาคต

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/ปนัยดา ปัทมโกวิท