
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นในวันนี้ (19 ส.ค.) ว่า ยอดสินเชื่อภาคครัวเรือนพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 5 ปีในไตรมาส 2/2569 เนื่องจากการซื้อบ้านและการกู้ยืมแบบไม่มีหลักประกันปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งตอกย้ำว่าเกาหลีใต้ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงิน และอาจผลักดันให้ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ข้อมูลจาก BOK ระบุว่า ยอดสินเชื่อภาคครัวเรือนพุ่งขึ้น 24.9 ล้านล้านวอน (1.77 หมื่นล้านดอลลาร์) ในไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3/2564 และเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าของยอดเพิ่มขึ้น 13.4 ล้านล้านวอนในไตรมาสแรก (ที่ปรับทบทวนแล้ว)
ส่วนสินเชื่อภาคครัวเรือนโดยรวม ซึ่งเป็นมาตรวัดที่กว้างขึ้นและครอบคลุมถึงยอดค้างชำระผ่านบัตรเครดิตนั้น เพิ่มขึ้น 25.9 ล้านล้านวอนในไตรมาส 2/2569 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,019.8 ล้านล้านวอน โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3/2564 เช่นกัน
สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 12.2 ล้านล้านวอนในไตรมาส 2/2569 เทียบกับที่เพิ่มขึ้น 8.1 ล้านล้านวอนในไตรมาสแรก เนื่องจากการทำธุรกรรมด้านที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น ส่วนสินเชื่อประเภทอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน พุ่งขึ้น 12.8 ล้านล้านวอน ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้น 5.4 ล้านล้านวอนในไตรมาสแรกกว่า 2 เท่า
ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ถึงการก่อหนี้ที่กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ BOK ใช้มาตรการคุมเข้มทางการเงินเพิ่มเติมในการประชุมนโยบายการเงินซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 27 ส.ค. นี้ หลังจากที่ได้ปรับขึ้นไปแล้ว 0.25% สู่ระดับ 2.75% ในการประชุมเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





