
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยถึงแนวคิดในการนำบัญชีการขายสินค้าของพ่อค้า-แม่ค้ารายย่อย จากฟีเจอร์ AI “นกกระซิบ” ที่อยู่ในแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” มาเป็นข้อมูลประกอบการยื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร ว่า ได้มีการหารือกับ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินในประเด็นนี้แล้ว พร้อมมอบหมายให้ธนาคารออมสิน เร่งจัดทำแนวทางรองรับ
ส่วนวงเงินสินเชื่อที่จะปล่อยกู้ให้กับรายย่อยนั้น จะใช้วงเงินสินเชื่อของธนาคารออมสินเอง โดยไม่เกี่ยวข้องกับเงินกู้จาก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท (พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท)
นายเอกนิติ ระบุว่า รัฐบาลต้องการผลักดันให้เกิดการใช้ AI “นกกระซิบ” ในแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” เพราะมองว่าประโยชน์ของฟีเจอร์นี้ นอกจากช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจัดทำบัญชีการขายสินค้า สรุปและวิเคราะห์ข้อมูลการขายเป็นรายวัน, รายเดือนแล้ว ยังสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปช่วยในการบริหารจัดการร้านค้า อีกทั้งนำมาใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบได่จริง ผ่านธนาคารออมสินอีกด้วย
“ในช่วงที่โครงการไทยช่วยไทย พลัส เหลือเวลาอีกประมาณเดือนเศษนั้น รัฐบาลอยากให้ AI นกกระซิบ ที่ไม่เพียงช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยทำบัญชีได้เท่านั้น แต่อยากให้เกิดเคสจริง ๆ คือ สามารถนำข้อมูลบัญชีนั้น ไปใช้เป็นหลักฐานเพื่อขอกู้เงินจากธนาคารออมสินได้ จากที่มียอดสรุปการขายเป็นรายวัน รายเดือน ทำเป็นบัญชีออกมาแล้ว ก็อยากให้บัญชีนั้น มีประโยชน์มากที่สุด โดยได้มอบให้ ผอ.แบงก์ออมสิน ไปเร่งจัดทำแนวทางรองรับแล้ว” รองนายกฯ และรมว.คลัง ระบุ
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





