สมาคมผู้ค้าปลีกไทย (Thai Retailers Association : TRA) เผยทิศทางเศรษฐกิจและค้าปลีกไทยในช่วงครึ่งปีหลังต่อเนื่องถึงปี 2570 ภาพรวมมีสัญญาณการฟื้นตัวแบบไม่เท่าเทียม (Uneven Recovery) โดยตลาดค้าปลีกไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป คาดว่าในปี 69 มูลค่าตลาดราว 4.38 ล้านล้านบาท เติบโต 3% เมื่อเทียบกับปี 68 ภายใต้บริบทที่ผู้บริโภควางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ ขณะที่ภาคธุรกิจยังต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องให้แก่เอสเอ็มอี และปรับตัวให้ทันต่อการแข่งขันที่รุนแรง

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยหลังได้รับความไว้วางใจดำรงตำแหน่งต่อเป็นวาระที่ 2 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและภาคค้าปลีกไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จนถึงปี 2570 กำลังเผชิญกับการฟื้นตัวแบบ K-Shaped (Uneven Recovery) อย่างชัดเจน
โดยกลุ่มขาบน คืออุตสาหกรรมส่งออก, ดิจิทัล, อิเล็กทรอนิกส์, และ Data Center ขณะที่กลุ่มขาล่างซึ่งเป็นฐานรากของประเทศ อย่างผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3.3 ล้านราย ซึ่งจ้างงานแรงงานภาคเอกชนสูงถึง 70% หรือ 13.6 ล้านคน กลับฟื้นตัวช้าและกำลังจมน้ำจากปัญหาต้นทุนสูง สภาพคล่องตึงตัว และหนี้เสีย (NPLs)
ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก (RSI) เดือนกรกฎาคม 2569 ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สะท้อนภาวะกำลังซื้อหดตัว (Shrinking Purchasing Power) อย่างน่ากังวล แม้ความถี่ในการเข้าร้านค้า (Shopping Frequency) จะไม่ได้ลดลงมาก แต่ “ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อใบเสร็จ” (Spending per bill) กลับปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคเลือกซื้อเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น อาหารและของใช้ประจำวัน ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือย แฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ และสินค้ามูลค่าสูงถูกชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปอย่างไม่มีกำหนด
คาดการณ์ตลาดปี 69–70: โตแผ่วท่ามกลางค่ายกลหนี้สิน
ประเมินภาพรวมมูลค่าตลาดค้าปลีกไทยจะขยายตัวได้เพียงเล็กน้อย โดยปี 69 คาดการณ์ GDP ไทยโต 1.6-2.0% ส่งผลให้ตลาดค้าปลีกเติบโตประมาณ 3.0% (คิดเป็นเม็ดเงินเพิ่มขึ้น 127,500 ล้านบาท) ขยับมูลค่ารวมมาอยู่ที่ 4.38 ล้านล้านบาท
ส่วนปี 70 คาดการณ์ GDP ไทยโต 1.8% โดยตลาดค้าปลีกมีแนวโน้มเติบโตราว 3.0–3.5% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.51–4.53 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ตลาดค้าปลีกยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่รุนแรง
1.หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง: ระดับหนี้สินภาคครัวเรือนแตะ 85.9% ของ GDP ในไตรมาส 1/2569 บดขยี้กำลังซื้อภาคประชาชน
2.สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศทะลัก: การรุกหนักของสินค้านำเข้าราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน บีบให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถปรับราคาขายตามต้นทุนที่แท้จริงได้
3.ภาวะสินเชื่อตึงตัว: แหล่งเงินทุนของเอสเอ็มอีถูกบีบแคบลง ทำลายสภาพคล่องในห่วงโซ่อุปทาน
เปิดกลยุทธ์ TRA “ACT” และข้อเสนอชี้ชะตาถึงภาครัฐ
เพื่อแก้ไขโจทย์วิกฤตดังกล่าว สมาคมผู้ค้าปลีกไทยได้ประกาศขับเคลื่อนกลยุทธ์ TRA “ACT” ผ่าน 3 เสาหลัก:
- A (Advancing Inclusive & Fair Growth): หนุนสินค้าไทย (MiT) ผลักดันกติกาการค้าที่เป็นธรรมทั้งออฟไลน์และออนไลน์ สแกนเข้มสินค้านำเข้าราคาถูกไม่ได้มาตรฐาน และปราบปรามธุรกิจนอมินี
- C (Capability Building for Future-Ready Retail): เร่งยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) สนับสนุนการใช้ AI และ Big Data และเสนอภาครัฐให้ปรับโครงสร้างค่าตอบแทนตามทักษะ รวมถึงเปิดทางจ้างงานรายชั่วโมง/ผู้สูงอายุ
- T (Together for Sustainable Growth): สร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนามาตรฐานบรรจุภัณฑ์และพลังงานสะอาด
นอกจากนี้ สมาคมฯ ได้ยื่นข้อเสนอเชิงรุกต่อภาครัฐ เพื่อดันไทยสู่ Shopping Destination ได้แก่:
- Instant VAT Refund: คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ จุดขายให้นักท่องเที่ยวทันที สำหรับยอดซื้อขั้นต่ำ 3,000 บาท
- Hike Down Duty: ปรับลดอากรขาเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์และลักชัวรี (เช่น แฟชั่น เครื่องสำอาง น้ำหอม) จากปัจจุบันที่สูงถึง 20-30%
- Free Tax Zone Sandbox: นำร่องเขตปลอดภาษีในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต เพื่อดึงดูดกลุ่มกำลังซื้อสูง





