
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.85/87 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.82 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงิน จากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวค่อนข้างแคบ และไปในทิศทางแข็งค่า โดยยังมาจากปัจจัยจากวานนี้ (19 ส.ค.) ที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ 32.81-32.87 บาท/ดอลลาร์
ส่วนคืนนี้ตลาดรอติดตามจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ของสหรัฐฯ
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-32.90 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.36/39 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 158.48 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1705/1706 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1680 ดอลลาร์/ยูโร
– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,609.99 จุด เพิ่มขึ้น 0.23 จุด (+0.01%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 82,362.08 ล้านบาท
– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 946.31 ล้านบาท
– ราคาขายปลีกทองคำ (96.5%) ในประเทศเปิดช่วงเช้าปรับขึ้น 1,550 บาท หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ร่วงหนัก ส่งผลให้ราคาทองรูปพรรณขายออก ขึ้นไปทะลุบาทละ 7 หมื่นแล้ว บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้มีการปรับตัวลง อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี และ 30 ปี ได้ปรับตัวลงเช่นกัน
– นายกรัฐมนตรี หารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของนิวซีแลนด์ ในโอกาสการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ Skyline Enterprises ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว และ T&G Global บริษัทเกษตรและผลไม้ระดับโลก เจ้าของแบรนด์ Envy เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจและผลักดันให้เกิดการลงทุน และความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศ
– องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) เปิดเผยตัวเลขประมาณการในวันพุธ (19 ส.ค.) ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเยือนญี่ปุ่นในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สู่ระดับ 3.44 ล้านคน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนดังกล่าว โดยได้แรงหนุนจากความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่ยังคงแข็งแกร่งในช่วงวันหยุดฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ
– กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (20 ส.ค.) ว่า ญี่ปุ่นขาดดุลการค้ามูลค่า 6.345 แสนล้านเยน (4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการขาดดุลติดต่อกันเดือนที่ 3 โดยมีสาเหตุมาจากยอดการนำเข้าที่พุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อันเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของเงินเยน
– ธนาคารกลางจีนมีมติคงอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีไว้ที่ระดับ 3% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีไว้ที่ระดับ 3.5% ในวันนี้ (20 ส.ค.) ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเดือนที่ 15 และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด
– โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเปิดฉาก “สงครามเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยวในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ต่ออิหร่าน พร้อมขู่ลงโทษทางการเงินอย่างหนักกับทุกประเทศที่ช่วยอิหร่านหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และกล่าวโทษอิหร่านที่ไม่ยอมบรรลุข้อตกลง
– สำนักข่าว Axios ของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้จัดตั้งช่องทางเดินเรือทั้งขาเข้าและขาออกจากช่องแคบฮอร์มุซอย่างเงียบ ๆ เพื่อขนส่งน้ำมันหลายล้านบาร์เรลต่อวัน
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน





