ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (21 ส.ค.) ตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่ดิ่งลงหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรก็ตาม
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 65,427.69 จุด ลดลง 789.10 จุด หรือ -1.19%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 25,807.61 จุด เพิ่มขึ้น 109.12 จุด หรือ +0.42%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,891.18 จุด ลดลง 12.54 จุด หรือ -0.32%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 1.07%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.21%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.704% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 5.259% ในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการแทรกแซงตลาดด้วยการเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรมากเป็นสองเท่า ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราตอบแทนพันธบัตรทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าต้นทุนการกู้ยืมปรับสูงขึ้นและอาจทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย
นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมแจ็กสัน โฮล ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27-29 ส.ค. เพื่อหาสัญญาณว่าประธานเฟดมีแผนที่จะรับมือกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างไร
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ รวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค.ของเกาหลีใต้, อัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค.ของญี่ปุ่น ขณะที่ S&P Global จะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือนส.ค.ของออสเตรเลียและญี่ปุ่น ด้าน HSBC จะเปิดเผยดัชนี PMI ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือนส.ค.ของอินเดีย
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





