
ผลสำรวจของเอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) ที่เปิดเผยในวันนี้ (21 ส.ค.) ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.1 ในเดือนส.ค. จากระดับ 54.5 ในเดือนก.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากยอดคำสั่งซื้อใหม่ที่ขยายตัวในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2561
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
แอนนาเบล ฟิดเดส รองผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของเอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ (S&P Global Market Intelligence) ระบุว่า “แม้เราจะเห็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการ แต่ภาคโรงงานยังคงเป็นผู้นำการขยายตัว โดยทั้งผลผลิตและยอดคำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค.) ระบุว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัวลงในไตรมาสที่ 2 แม้ว่านักลงทุนจะไม่ได้ให้น้ำหนักกับตัวเลขที่อ่อนแอดังกล่าวมากนัก เนื่องจากมองว่าเป็นผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราว
ฟิดเดสกล่าวเสริมว่า ผู้ผลิตมีสถิติยอดขายรวมและอุปสงค์จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดมากที่สุดในรอบกว่า 8 ปีครึ่ง โดยบริษัทต่าง ๆ ระบุว่าได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นอกจากนี้ ภาคการผลิตยังเป็นผู้นำการเติบโตของการจ้างงานในเดือนส.ค. และมีการขยายการจัดซื้อปัจจัยการผลิต ขณะที่สต๊อกสินค้าที่จัดซื้อเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และระยะเวลาส่งมอบสินค้าของซัพพลายเออร์ยืดเยื้อออกไปอย่างเห็นได้ชัด
ด้านกิจกรรมทางธุรกิจในภาคบริการก็ปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน โดยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.3 ในเดือนส.ค. จากระดับ 51.2 ในเดือนก.ค. ซึ่งส่งผลให้ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้น ปรับตัวขึ้นแตะ 53.4 ในเดือนส.ค. จาก 52.7 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.
ส่วนแรงกดดันด้านต้นทุนผ่อนคลายลงจากระดับสูงสุดเกือบเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิ.ย. โดยอัตราเงินเฟ้อของราคาปัจจัยการผลิตโดยรวมทั่วทั้งภาคเอกชนชะลอตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน อย่างไรก็ตาม ราคาขายสินค้าและบริการยังคงปรับตัวขึ้นในอัตราที่สูงเป็นประวัติการณ์
ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. โดยผู้ประกอบการภาคการผลิตมีมุมมองเชิงบวกมากกว่าภาคบริการ ซึ่งความเชื่อมั่นดังกล่าวมาจากความคาดหวังว่ายอดขายจะสูงขึ้น กำลังการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น และภาวะตลาดโดยรวมจะมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ฟิดเดสกล่าวว่า “ปัจจัยเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความหวังว่า ภาคเอกชนของญี่ปุ่นยังคงอยู่ในสถานะที่ดีที่จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งต่อไปในอนาคต หากไม่มีปัจจัยลบภายนอกเพิ่มเติมเข้ามากระทบต่อระดับราคาหรืออุปสงค์”
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข





