ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 32.83 ระหว่างวันคาด sideway ให้กรอบวันนี้ 32.75-33.00

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.83 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวใกล้เคียงจากเย็นวานนี้ ที่ปิดตลาดที่ระดับ 32.85 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน แม้จะเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรง และหนุนการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบ พร้อมทั้งยังหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาวของสหรัฐฯ อีกครั้ง

หลังความกังวลต่อสถานการณ์สงครามที่เสี่ยงยืดเยื้อ ยังคงทำให้ผู้เล่นในตลาดกังวลต่อทั้งแนวโน้มฐานะการคลังของสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ และการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FED)

สำหรับคืนนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรม และภาคการบริการ (PMI) ในเดือนสิงหาคม ของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก ทั้งสหรัฐฯ ยูโรโซน อังกฤษ และญี่ปุ่น ที่จะช่วยสะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจ และอาจส่งผลต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาด ต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลักได้ นอกจากนี้ ตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และกลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ยังคงมุมมองเดิมว่าเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาด ต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง

ขณะที่ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ต้องรอลุ้นถ้อยแถลงของประธาน FED Kevin Warsh ในงานสัมมนาวิชาการประจำปีของ FED (Jackson Hole Symposium)

นายพูน มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.96 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 158.36/39 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1690 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1705/1706 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.834 บาท/ดอลลาร์
  • ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.704% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 5.259% ในวันพฤหัสบดี แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการแทรกแซงตลาดด้วยการเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรมากเป็นสองเท่า
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) หลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ กล่าวว่า โครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอาจมีมูลค่าสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งข่าวดังกล่าว ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงระยะยาว (Long-term Real Rates) จะปรับตัวลดลง
  • สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวานนี้ (20 ส.ค.) ว่า การที่รัฐบาลสหรัฐ มีแผนทำลายเศรษฐกิจของอิหร่าน ทำให้มีแนวโน้มว่าสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมต่ออิหร่าน
  • นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของ “เควิน วอร์ช” ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมแจ็กสัน โฮลในสัปดาห์หน้า

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์