ดาวโจนส์พุ่งกว่า 300 จุด วอลล์สตรีทฟื้นตัว หลังดิ่งหนักวานนี้

ณ เวลา 20.52 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 346.75 จุด หรือ 0.66% สู่ระดับ 53,105.96 จุด

หุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้นนำตลาด ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้นเช่นกัน ขานรับการทะยานขึ้นกว่า 20% ของบิตคอยน์ในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้หุ้นของ Robinhood พุ่งขึ้น 12% ขณะที่หุ้น Coinbase ดีดตัวขึ้น 9%

ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 700 จุดในการซื้อขายวานนี้ โดยได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน รวมทั้งการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

นอกจากนี้ นักลงทุนผิดหวังต่อการเปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดของบริษัทวอลมาร์ท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ดีดตัวแตะระดับ 4.704% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.259% ในการซื้อขายวานนี้ แม้กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศมาตรการแทรกแซงตลาดด้วยการเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรมากเป็นสองเท่าเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาด

การดีดตัวขึ้นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการแทรกแซงตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐกำลังเผชิญกับปัจจัยหลายประการที่กดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดต้องเผชิญกับการแข่งขันอย่างหนักจากการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขยายการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยปัจจัยดังกล่าวทำให้ term premium ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่นักลงทุนเรียกร้องเพื่อแลกกับการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยล่าสุด ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน กล่าวในวันนี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่อิหร่านจะยุติการทำสงครามกับสหรัฐ หลังจากดำเนินมานานหลายเดือน เนื่องจากอิหร่านกำลังอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งกว่าสหรัฐ

ขณะนี้ อิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐยังคงทำการปิดล้อมทางทะเลเพื่อตอบโต้อิหร่าน

“เป็นการดีกว่าที่เราจะยุติสงครามในตอนนี้ เพราะเรากำลังอยู่ในสถานะที่มีอำนาจและมีศักดิ์ศรี”

“คนทั้งโลกยอมรับชัยชนะของเรา ขณะที่อเมริกาได้โจมตีโรงเรียน โรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานของเรา ซึ่งเป็นการละเมิดกฎระเบียบทั้งหมด และอเมริกากำลังเป็นที่เกลียดชังไปทั่วโลก” นายเปเซชเคียนกล่าว

คำกล่าวของเขามีขึ้น หลังจากกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า สหรัฐกำลังทำการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ หลังจากที่สหรัฐประกาศว่าจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันอิหร่าน

“ผู้ที่เป็นผู้ดำเนินการและผู้ยุยงให้เกิดมาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้ สมควรถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีและรับโทษจากการก่ออาชญากรรมที่ชั่วร้ายเช่นนี้” กระทรวงฯ ระบุในแถลงการณ์

นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ประกาศว่า สหรัฐจะทำให้ระบอบการปกครองของอิหร่านล่มสลายด้วยมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐจะนำมาใช้

นายเบสเซนต์กล่าวว่า เขาจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค.

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ