เปิดตัว “Treasury Coin Market” ประมูลเหรียญออนไลน์ ประเดิมเหรียญ 10 บาทปี 33 ปิดที่ 2.54 ล้าน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวในงานเปิดตัว ‘ระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Treasury Coin Market) ว่า ปัจจุบัน สังคมไทยได้เพิ่มความสนใจในสินทรัพย์สะสมมีมูลค่าทางประวัติศาสตร์ และมีเรื่องราวประกอบมากขึ้น ซึ่ง “Treasury Coin Market” ถือเป็นนวัตกรรมระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจรระบบแรกของประเทศไทย ภายใต้บทบาทใหม่ของกรมธนารักษ์ ในการขับเคลื่อนบทบาทใหม่เพื่อยกระดับเหรียญกษาปณ์ไทย สู่การเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ในระดับสากล หรือ Real World Asset (RWA)

ดังนั้นการเปิดตัวระบบในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางการประมูลออนไลน์ช่องทางหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานของตลาดเหรียญในไทยยุคใหม่ และยังเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงตลาดให้ประชาชน นักสะสม และผู้สนใจเข้าถึงข้อมูล และเข้าร่วมการประมูลได้โดยปราศจากข้อจำกัดด้านระยะทาง โดยมีกลไกราคาที่โปร่งใส และยกระดับความเชื่อมั่น ทั้งความแท้จริงของเหรียญ ความถูกต้องของข้อมูล ความเป็นธรรมในการเสนอราคา ความปลอดภัยในการชำระเงิน และการตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน

“ในอนาคต จะมุ่งพัฒนามาตรฐานกลางของตลาดเหรียญไทยสำหรับซื้อขาย และแลกเปลี่ยนเหรียญ ให้มีราคาอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ และเชื่อมโยงตลาดเหรียญไทยกับตลาดเหรียญสากลทั่วโลก” นายเอกนิติ ระบุ

ทั้งนี้ มีกรอบแนวคิดในการดำเนินการ เรียกย่อว่า TAF ได้แก่ 1. Trust (ความเชื่อมั่น ) สร้างระบบการประเมินสภาพเหรียญ (Coin Grading) ตามมาตรฐานสากล พร้อมใบรับรองและระบบ QR Code ตรวจสอบข้อมูลได้อย่างโปร่งใส 2. Access (การเข้าถึง)  การเปิดตลาดประมูลออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล อำนวยให้นักสะสมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมได้ทั่วโลก และ 3. Future (อนาคต) สร้างมาตรฐาน International Certificate Trading เพื่อผลักดันเหรียญกษาปณ์หายากของไทย ให้เป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลก  และมีสมาคมเหรียญและผู้เชี่ยวชาญด้านเหรียญมาช่วยตรวจสอบ

“การเปิดตัวครั้งนี้ มีการประมูลเหรียญ 10 บาท ปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นเหรียญหายากในตำนานที่นักสะสมทั่วโลกต้องการ โดยผลการประมูลสิ้นสุดที่ราคา 2.54 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสะท้อนมูลค่าทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของไทย ผ่านกลไกดิจิทัล ซึ่งการประมูลได้มีการนำมาตรฐาน Coin Grading หรือการจัดเกรดเหรียญระดับสากลมาใช้เป็นครั้งแรกในไทย โดยใช้เกรด MS (Mint State) ซึ่งเหรียญที่ชนะการประมูลครั้งนี้ มีสภาพสมบูรณ์สูงถึงระดับ MS66 ซึ่งเรามุ่งเป้าหมายว่า ในระยะต่อไปต้องการทำให้ตลาด Treasury Coin Market เป็นที่ของนักลงทุนต่างประเทศ และนักสะสมต่างประเทศสามารถมาเข้าประมูลได้” นายเอกนิติ กล่าว

อย่างไรก็ดี โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มรายได้ให้รัฐ จากปกติที่กรมธนารักษ์ นำส่งรายได้จากการผลิตเหรียญกษาปณ์ประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี แต่ยังมุ่งหวังสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ โดยเฉพาะอาชีพนักประเมินเหรียญ (Coin Grading) เพื่อรองรับตลาดการเทรดเหรียญสะสมทั่วโลก ที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้าน นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย (KTB) กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับกรมธนารักษ์ ในการพัฒนาระบบ Treasury Coin Market ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งของความร่วมมือด้าน Digital Treasury  สะท้อนหลักการสำคัญว่าบริการดิจิทัลภาครัฐ เชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และธุรกรรมให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างครบวงจร

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ เริ่มประเดิมการประมูลครั้งแรกด้วยเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน 10 บาท พ.ศ. 2533 เหรียญหายากในตำนาน มี Coin Grading ที่ MS 66 สูงที่สุดในเหรียณกษาปณ์หมุนเวียน หายาก เพราะเป็นเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนโลหะสองสีรุ่นแรก มีจำนวนการผลิตทั้งหมดเพียง 100 เหรียญเท่านั้น

โดยได้มีการนำไปจัดแสดงและแจกในนิทรรศการต่างประเทศ 34 เหรียญ, เก็บในพิพิธภัณฑ์กองกษาปณ์ 8 เหรียญ และส่วนที่เหลือเก็บรักษาไว้โดยไม่ได้นำออกหมุนเวียน ซึ่งผลการประมูลครั้งนี้ จบลงที่การเสนอราคาถึง 52 ครั้ง และราคาประมูลสูงกว่าราคาตลาด และจบที่ 2.54 ล้านบาท โดยผู้ที่ชนะการปะมูล คือ “นายณัฐกร อัครมณี” ผู้เชี่ยวชาญและนักสะสมเหรียญชื่อดัง 

สำหรับการประมูลครั้งต่อไป จะมีขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง ทุกวันที่ 17 ของทุกเดือน และเหรียญต่อไปที่จะนำมาประมูล คือ เหรียญทองสุขภาพดีถ้วนหน้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) เป็นเหรียญทองคำหนัก 1 บาท มูลค่าหน้าเหรียญ 6,000 บาท ผลิตเพียง 604 เหรียญ โดยปัจจุบันเหรียญดังกล่าวยังอยู่ที่กรมธนารักษ์ เพียง 14 เหรียญ และเหรียญทองคำสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ซึ่งได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ มูลค่าหน้าเหรียญ 6,000 บาท ผลิตประมาณ 600 เหรียญ ปัจจุบันอยู่ที่กรมธนารักษ์ประมาณ 11 เหรียญ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครสมาชิก และศึกษาขั้นตอนการใช้งานระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Treasury Coin Market) ได้ทางเว็บไซต์ https://coinmarket.treasury.go.th โดยกรมธนารักษ์ จะกำหนดเปิดประมูลผลิตภัณฑ์เหรียญเป็นรอบตามระยะเวลาที่ประกาศ โดยสามารถติดตามกำหนดการ รายการผลิตภัณฑ์เหรียญ และรายละเอียดการประมูลแต่ละรอบได้ทางเว็บไซต์ https://coinmarket.treasury.go.th  และเพจเฟซบุ๊ก : กรมธนารักษ์ (The Treasury Department)

โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์