
ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียร่วงลงกว่า 100 จุด ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากอิหร่านขู่ว่าจะยึดเรือและเปลี่ยนแปลงกฎการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่สหรัฐจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อเศรษฐกิจอิหร่าน
ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 77,369.11 ลบ 171.72 จุด หรือ 0.22%
หุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งลงนำตลาด
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผลการสำรวจผู้จัดการกองทุนโดย Bank of America (BofA) พบว่า อินเดียเป็นตลาดหุ้นที่ผู้จัดการกองทุนชื่นชอบน้อยที่สุดในเอเชีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังที่เพิ่มขึ้นต่อตลาดหุ้นอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนย่ำแย่ที่สุดของโลกในปีนี้
ผลสำรวจระบุว่า การที่ตลาดหุ้นอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดหุ้นใหญ่อันดับ 4 ของเอเชีย ยังไม่มีบริษัทหรืออุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างชัดเจน ยังคงเป็นความกังวลหลักของนักลงทุน ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ กลายเป็นความเสี่ยงสำคัญในอันดับถัดมา
ผลสำรวจพบว่า 32% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีสถานะ net underweight ต่อหุ้นอินเดีย ซึ่งบ่งชี้ว่า ผู้จัดการกองทุนโดยรวมถือหุ้นอินเดียน้อยกว่าน้ำหนักที่เหมาะสมในพอร์ต
นอกจากนี้ การขาดความคืบหน้าในการปฏิรูปเศรษฐกิจ และมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง (high valuations) ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้นักลงทุนมีมุมมองเชิงลบต่อตลาดหุ้นอินเดีย
ก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นอินเดียเคยถูกจัดให้เป็นตลาดหุ้นที่นักลงทุนชื่นชอบน้อยที่สุดในผลสำรวจของ BofA เมื่อเดือนพฤษภาคม เนื่องจากเศรษฐกิจอินเดียกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น หลังสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกพุ่งขึ้น
ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะได้รับการแก้ไข ทำให้ราคาพลังงานกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง และกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน
แม้ดัชนี Nifty 50 ฟื้นตัวขึ้น 8% จากจุดต่ำสุดในเดือนมีนาคม แต่ในปีนี้ ตลาดหุ้นอินเดียยังคงเป็นตลาดหุ้นขนาดใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนย่ำแย่เป็นอันดับ 2 ในเอเชีย โดยร่วงลงราว 8%
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นอินเดียมีแนวโน้มที่จะยุติสถิติการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 10 ปี ซึ่งถือเป็นสถิติที่โดดเด่นในประวัติศาสตร์
ผลสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับการปรับตัวลงของตลาดหุ้นอินเดียในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่ามุมมองต่อแนวโน้มผลประกอบการจะดีขึ้นก็ตาม
สิ่งนี้สะท้อนว่า นักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อตลาดหุ้นอินเดีย แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานของตลาดจะเริ่มแข็งแกร่งขึ้น
ในทางตรงกันข้าม นักลงทุนมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นต่อตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดหุ้นที่ผู้จัดการกองทุนชื่นชอบน้อยที่สุดในเอเชียก่อนหน้านี้ โดยมีผู้จัดการกองทุนเพียง 27% ที่ระบุว่าถือหุ้นอินโดนีเซียต่ำกว่าน้ำหนักที่เหมาะสมในพอร์ต ลดลงจาก 32% ในเดือนกรกฎาคม
ความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นอินโดนีเซียปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึงการพุ่งขึ้นมากกว่า 20% ของดัชนี Jakarta Composite Index จากจุดต่ำสุดในเดือนมิถุนายน
ตลาดหุ้นอินโดนีเซียพุ่งขึ้น หลังจากธนาคารกลางอินโดนีเซียออกมาตรการเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับค่าเงินรูเปียห์ ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ MSCI Inc. จะลดสถานะของตลาดหุ้นอินโดนีเซียลงสู่ Frontier Market เริ่มคลี่คลายลง
ส่วนไต้หวันและญี่ปุ่น ยังคงเป็นตลาดที่นักลงทุนชื่นชอบมากที่สุดในเอเชีย
ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจำนวน 98 คนได้ตอบแบบสอบถามดังกล่าว ซึ่งดูแลสินทรัพย์รวมกันประมาณ 272,000 ล้านดอลลาร์ โดยตอบแบบสอบถามระหว่างวันที่ 7-13 สิงหาคม
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





