บมจ.อาร์คิเทคทูรา [ARK] เปิด Chapter ใหม่ของการเติบโตจากประสบการณ์กว่า 15 ปีในธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านด้วยแนวคิด “It’s all about quality” เตรียมก้าวสู่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ผ่านการเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 110 ล้านหุ้น พร้อมวาง Growth Roadmap ขยายฐานธุรกิจทั้ง Horizontal expansion และ Vertical expansion จาก Residential สู่ Hospitality
นายสมชัย อัครวิทยาภูมิ กรรมการผู้จัดการ ARK กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่ตลาดทุนถือเป็น Chapter ใหม่ ของบริษัท หลังจากเติบโตและสั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านมายาวนานกว่า 15 ปี จากจุดเริ่มต้นด้วยทุนเพียง 1 ล้านบาท และเติบโตจากการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบและมีวินัยทางการเงินมาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดเส้นทางการดำเนินธุรกิจ บริษัทให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” ในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด “It’s all about quality” ควบคู่กับการสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว การศึกษาและเรียนรู้เทรนด์ระดับโลก และการสะสมองค์ความรู้ด้านการออกแบบ วิศวกรรม และการจัดหาผลิตภัณฑ์จากแหล่งผลิตทั่วโลก เพื่อสร้างความพร้อมสำหรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ในอนาคต
สำหรับ ARK คำว่า Quality ไม่ได้หมายถึงคุณภาพของสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกแบรนด์และผลิตภัณฑ์ การออกแบบ การเลือกวัสดุ งานวิศวกรรม การจัดหา การประกอบและติดตั้ง ตลอดจนการให้บริการและการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า ซึ่งกลายเป็น DNA สำคัญที่บริษัทพัฒนามาตลอดกว่า 15 ปี
หัวใจที่สร้างความแตกต่างให้กับ ARK จึงไม่ได้อยู่ที่การเป็นเพียง “ผู้ขายเฟอร์นิเจอร์” แต่คือการผสานความเชี่ยวชาญในองค์ประกอบสำคัญ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ตั้งแต่ลูกค้ารายบุคคลไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน และ เป็นรากฐานสำคัญสำหรับการต่อยอดไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต
ARK ประกอบธุรกิจนำเข้าเพื่อจำหน่าย ประกอบ และติดตั้งผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ชุดครัว ตู้เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ ชุดเครื่องนอนและผ้าขนหนู และผลิตภัณฑ์เพื่อการตกแต่งอื่นๆ ผ่านการได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศ และจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง โดยประสบการณ์กว่า 15 ปีทำให้บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและโดดเด่นด้านดีไซน์จากประเทศชั้นนำทั่วโลก ทั้งอิตาลี เยอรมนี สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีน

ปัจจุบัน บริษัทได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ระดับโลกกว่า 20 แบรนด์ ครอบคลุมกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ห้องครัว ห้องน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ตกแต่งระดับลักชัวรี อาทิ POLIFORM, ARCLINEA, DORNBRACHT, POGGENPOHL, FLEXFORM, CARACOLE, RALPH LAUREN, SANDERSON, SUB-ZERO & WOLF, CLAYBROOK, YVES DELORME, GAGGENAU, VISUAL COMFORT & Co., BOSCH, BOSS HOME, TOTO และ V-ZUG
นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้า OEM ระดับโลกอีกกว่า 8 บริษัท อาทิ STELLAR WORKS และ HARBOUR เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการตอบโจทย์ให้กับลูกค้าโครงการขนาดใหญ่ และ โครงการโรงแรมระดับห้าดาว พร้อมทั้งการพัฒนา House Brand ภายใต้ชื่อ “STEPHEN & CO.” เพื่อขยายพอร์ตสินค้าและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงระดับบนมากขึ้น
อีกหนึ่งจุดแข็งคือโมเดลธุรกิจที่มี Global Luxury Supply Chains ที่แข็งแกร่ง Asset-Light Distribution ซึ่งทำให้ต้นทุนการบริหารและการดำเนินการที่ต่ำ มีรายได้ต่อพื้นที่แสดงสินค้าในระดับที่สูง รวมถึงความสามารถในการบริหารงานโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยทีมงานผู้เชียวชาญของบริษัทเองทั้งหมด

โชว์รูมและสำนักงานใหญ่บนพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ย่านเพลินจิต ได้รับการออกแบบให้จำลองบรรยากาศพื้นที่อยู่อาศัยจริง ช่วยให้ลูกค้าสามารถสัมผัสวัสดุ ดีไซน์ และมองเห็นภาพการจัดวางผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน พร้อมบริการแบบครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา การเลือกผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการประกอบและติดตั้ง เพื่อสร้างประสบการณ์และความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าในระยะยาว
สำหรับทิศทางการเติบโตในระยะถัดไป บริษัทวางกลยุทธ์ Business Expansion โดยนำความเชี่ยวชาญและมาตรฐานด้านคุณภาพที่สั่งสมมาตลอดกว่า 15 ปี เป็นฐานในการขยายตลาดจาก High-end Home Furnishing & Decorative Products ไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น
ในระยะสั้นถึงระยะกลาง ARK เตรียมขยายเข้าสู่ Medium-to-High Furnishing & Decorative Products เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ พร้อมรุกตลาด Hospitality Furnishing โดยอาศัยเครือข่ายพันธมิตรผู้ผลิตระดับโลกมากกว่า 8 ราย เพื่อเพิ่มขอบเขตการให้บริการด้านการตกแต่งและรองรับโครงการขนาดใหญ่ทั้งโครงการ Residential และโครงการโรงแรมระดับบน รวมถึงเสริมสร้าง Global High Quality Living Supply Chain ให้ครอบคลุม
ที่ผ่านมา ARK มีประสบการณ์ทำงานและมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ และ Hospitality ระดับไฮเอนด์หลายแห่ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสะสมองค์ความรู้เกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าโครงการ ตั้งแต่งานออกแบบ การเลือกวัสดุ การจัดหา ไปจนถึงการบริหารคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการนำความเชี่ยวชาญที่มีอยู่มาต่อยอดสู่ตลาด B2B และโครงการขนาดใหญ่ได้มากขึ้น
ขณะที่ภาพระยะยาว ARK วางเป้าหมายต่อยอดองค์ความรู้และ Ecosystem ไปสู่กลยุทธ์ ผ่านการสร้างแบรนด์ของบริษัทเอง สะท้อนการขยับบทบาทของ ARK จากการเป็นผู้คัดสรรและส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ สู่การนำองค์ความรู้และความเข้าใจด้าน Design, Engineering, Quality, Simplicity, Scale และ Sourcing มาสร้าง “พื้นที่และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ” ภายใต้แนวคิดเดียวกันที่บริษัทใช้ในการดำเนินธุรกิจมาตลอด คือ “It’s all about quality”
“เรามองว่าการเติบโตในอนาคตของ Arkitektura ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มจำนวนสินค้า หรือเพิ่มจำนวนแบรนด์ แต่คือการนำองค์ความรู้ที่เราสะสมมานานมากกว่า 15 ปี มาต่อยอดให้เกิดธุรกิจแนวใหม่ที่สามารถขยายไปสู่ตลาดโลกได้ โดยสิ่งที่เราจะไม่เปลี่ยนคือการให้ความสำคัญกับ Quality เพราะไม่ว่า Arkitektura จะขยายไปสู่ธุรกิจใด เราต้องการส่งมอบคุณภาพและประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและผู้ใช้บริการ เรากำลังเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม บริษัทสามารถก้าวเข้าสู่โอกาสใหม่ได้อย่างแม่นยำและยั่งยืน” นายสมชัยกล่าว

สำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ARK เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO จำนวนไม่เกิน 110 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 31.43% ของจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ และมีแผนนำหุ้นเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
“IPO สำหรับ Arkitektura จึงไม่ใช่ปลายทาง แต่คือจุดเริ่มต้นของ Chapter ใหม่ จากกว่า 15 ปีที่ Arkitektura สั่งสมความเชี่ยวชาญด้านการนำเสนอ Quality Products วันนี้บริษัทกำลังนำ DNA เดิมมาต่อยอดสู่ Quality Living และสร้างโอกาสการเติบโตครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิดเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน It’s all about quality”นายสมชัย กล่าว





