ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ $2.65 หลังอเมริกาหันใช้แผนกดดันศก.อิหร่านแทนปฏิบัติการทหาร

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 3% ในวันอังคาร (25 ส.ค.) หลังจากสหรัฐฯ หันมาใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน จากเดิมที่ใช้มาตรการทางทหาร โดยนักลงทุนมองว่ามาตรการกดดันทางเศรษฐกิจมีผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันน้อยกว่าการใช้ปฏิบัติการทางทหาร

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 2.65 ดอลลาร์ หรือ 3.12% ปิดที่ 82.36 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 3.59 ดอลลาร์ หรือ 3.89% ปิดที่ 88.58 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมัน WTI ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค. ส่วนราคาน้ำมันเบรนท์ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่ออิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการที่ชื่อว่า “Operation Economic Outcast” โดยมุ่งเป้าไปที่ 5 ภาคส่วนสำคัญของอิหร่าน ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นภาคส่วนที่อิหร่านใช้พยุงเศรษฐกิจของตนเอง

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเตือนจีนและทุกประเทศทั่วโลกถึงความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการถูกคว่ำบาตรขั้นทุติยภูมิ (secondary sanctions) หากยังคงทำธุรกิจกับอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่เจาะจงเกี่ยวกับมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และยังคงไม่เป็นที่ชัดเจนว่า การคว่ำบาตรครั้งใหม่เพื่อสกัดแหล่งรายได้ของอิหร่านนี้ จะมีความแตกต่างจากความพยายามก่อนหน้านี้อย่างไร

นักวิเคราะห์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์จาก Saxo Bank ให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนผ่านจากการใช้ปฏิบัติการทางทหารไปเป็นการใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านได้ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในตลาด และมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ครั้งนี้ ไม่ได้รุนแรงอย่างที่คาดการณ์ไว้

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานโดยอ้างเอกสารภายในของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมส่งนักการทูตกลับไปประจำยังสถานทูตต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง หลังจากที่ได้อพยพเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก่อนเกิดสงครามกับอิหร่าน ซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดบ่งชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่คาดว่าจะเกิดสงครามครั้งใหม่กับอิหร่าน

นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณของความเป็นไปได้ที่จะมีการไกล่เกลี่ยเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยอิหร่านและโอมานเปิดเผยในวันอังคารว่า ทั้งสองประเทศได้หารือกันเกี่ยวกับข้อเสนอในการจัดตั้ง “เส้นทางเดินเรือชั่วคราวร่วม” (Joint Temporary Navigational Corridor) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และยังได้หารือกันเกี่ยวกับแผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากช่องแคบแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Ritterbusch and Associates มองว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงในวันอังคารอาจเป็นเพราะตลาดมีปฏิกิริยาต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าวมากเกินไป และเตือนว่าราคาน้ำมันอาจจะพลิกกลับมาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง หากอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ หลังจากสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ทางการอิหร่านก็ได้ประกาศว่าจะตอบโต้ และยังมั่นใจว่าบรรดาพันธมิตรทางการค้าของอิหร่านจะร่วมมือกันต่อต้านแรงกดดันจากสหรัฐฯ ขณะที่จีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน แถลงในวันอังคารว่า ความร่วมมือระหว่างจีนกับอิหร่านเป็นไปตามกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ควรถูกแทรกแซง

นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์ภายในประเทศ

โดย รัตนา พงศ์ทวิช