ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (25 ส.ค.) หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศแผนการเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตร ซึ่งได้ฉุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรชะลอตัวลงและเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนประเมินผลกระทบของการที่สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน รวมทั้งจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ และการกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมแจ็กสัน โฮล
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.09% แตะระดับ 98.915
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8020 ฟรังก์ จากระดับ 0.8026 ฟรังก์ในวันจันทร์ (24 ส.ค.) และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3830 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3850 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 159.22 เยน จากระดับ 159.19 เยน
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1674 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1663 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3646 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3631 ดอลลาร์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.625% ในวันอังคาร ซึ่งเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องจากวันจันทร์ หลังมีรายงานว่ากระทรวงการคลังอาจใช้เงินในบัญชี Treasury General Account ของทางกระทรวงฯ หรือ TGA เพื่อนำไปซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล โดยข่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางกระทรวงได้ประกาศว่าจะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาด
นักลงทุนประเมินผลกระทบจากการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่ออิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการที่ชื่อว่า “Operation Economic Outcast” โดยมุ่งเป้าไปที่ 5 ภาคส่วนสำคัญของอิหร่าน ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นภาคส่วนที่อิหร่านใช้พยุงเศรษฐกิจของตนเอง
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเตือนจีนและทุกประเทศทั่วโลกถึงความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการถูกคว่ำบาตรขั้นทุติยภูมิ (secondary sanctions) หากยังคงทำธุรกิจกับอิหร่าน
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐฯ ในวันพุธเช่นกัน โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. เวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลง 0.8 จุด สู่ระดับ 89.4 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 90.3 จากระดับ 90.6 ในเดือนพ.ค.
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 10.5% สู่ระดับ 607,000 ยูนิตในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 620,000 ยูนิต จากระดับ 678,000 ยูนิตในเดือนมิ.ย.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





