
หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อวันอังคาร (25 ส.ค.) ย้ำจุดยืนว่า จีนคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ผิดกฎหมาย ซึ่งไม่มีพื้นฐานรองรับตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับรายงานข่าวที่ระบุว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยแผนเมื่อวันจันทร์ (24 ส.ค.) เพื่อดำเนินมาตรการ “บีบคั้นเศรษฐกิจจนขาดใจ” (economic asphyxiation) ต่ออิหร่าน พร้อมขยายคำขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิ (secondary sanction) เพื่อลงโทษประเทศที่สามที่ยังคงทำธุรกรรมกับอิหร่านหรือปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการกดดันอิหร่าน
หลินชี้ว่า สงครามเศรษฐกิจและนโยบายกดดันขั้นสูงสุดไม่ช่วยแก้ปัญหา ซ้ำร้ายยังยิ่งสุมไฟความตึงเครียดและความขัดแย้งให้ทวีความรุนแรง สร้างความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบลุกลาม ทำลายระเบียบเศรษฐกิจและการเงินของโลก ตลอดจนบั่นทอนสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของนานาประเทศ
หลินเสริมว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการคลี่คลายสถานการณ์ และกลับเข้าสู่แนวทางการเจรจาโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ โฆษก กต. จีน ยังระบุด้วยว่า ความร่วมมือระหว่างจีนกับอิหร่านดำเนินอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด จึงไม่ควรมีฝ่ายใดเข้ามาขัดขวางหรือบ่อนทำลาย พร้อมย้ำว่า จีนกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทุกประการเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตนอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ ท่าทีแข็งกร้าวของทางการจีนในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้าระลอกใหม่ระหว่างสองมหาอำนาจโลก ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินหน้าเปิดศึกรุกทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เพื่อบีบให้รัฐบาลอิหร่านยอมจำนนและกลับเข้าสู่ข้อตกลงฉบับใหม่
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





