นายกฯ มั่นใจรัฐบาลแจง พ.ร.ก.เงินกู้ฯ 4 แสนลบ.ได้เคลียร์ “เท้ง” ชี้โครงการส่อเอื้อเอกชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวก่อนร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงา นและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท ว่า จะเป็นผู้แถลงนำเสนอรายละเอียดของ พ.ร.ก.กู้เงินฯ นี้ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนั้นจะเป็นการอภิปรายของสมาชิก ส่วนไหนที่เป็นข้อสงสัย จะมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ชี้แจงจนคลายข้อสงสัยอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกรัฐมนตรี จะเดินขึ้นห้องประชุมฯ ได้แวะทักทาย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยนายกรัฐมนตรีได้หันมารับไหว้และกล่าวทักทายกัน

* “เอกนิติ” มั่นใจ พ.ร.ก.กู้เงินฯ ผ่านสภาฯ พร้อมชี้แจงฝ่ายค้าน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงความพร้อมในการชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ว่า พร้อมตอบคำถามจากฝ่ายค้าน เพราะตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ที่ออกมา ก็ยืนยันว่า สิ่งที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้เป็นไปตามนั้นจริง ๆ

*”เท้ง” ยันพ.ร.ก.กู้เงินฯ ไม่จำเป็นเร่งด่วน การเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องใช้เวลา

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า การอนุมัติพ.ร.ก. กู้เงินในครั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจเต็มในการพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ทั้งวรรค 1 และวรรค 2 ว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ เป็นไปเพื่อการรักษาความมั่นคงของประเทศหรือไม่ และมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่

ซึ่งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม ศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นไว้ชัดเจนว่า สภาฯ มีอำนาจแค่วรรค 1 เท่านั้น ดังนั้นเมื่อพ.ร.ก. กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา โดยใช้อำนาจของสภาพิจารณาทั้ง 2 ส่วน จึงไม่อยากให้ตีกรอบว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแล้ว และใช้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทำให้ไม่สามารถอภิปรายได้มาก

แต่อยากยืนยันว่า สภาฯ มีอำนาจในการอภิปรายว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ มีความจำเป็นเร่งด่วนจริงหรือไม่ โดยเฉพาะงบประมาณ 200,000 ล้านบาท ที่ใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ส่วนโอกาสที่จะทำให้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ต้องสะดุดลงนั้น นายณัฐพงษ์ เชื่อว่า ถึงอย่างไรแล้ว พ.ร.ก.ฉบับนี้ ก็จะผ่านสภาฯ แน่นอน เนื่องจากรัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภาฯ แต่ในฐานะฝ่ายค้าน จะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เนื่องจากมองว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะต้องใช้เวลาหลายปี และแหล่งเงินทุนที่เอามาใช้ในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน อาจไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้แหล่งกู้จากรัฐบาลโดยตรงอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีเงินจากภาคเอกชนในรัฐวิสาหกิจ 3 การไฟฟ้า รวมถึงในเงินกองทุนต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยในการลงทุนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานของประเทศได้ 

“อย่าลืมว่า เงินกู้ทุกบาทที่รัฐบาลเป็นคนกู้ สุดท้ายก็กลับไปเป็นภาระของลูกหลานไทยในอนาคต ดังนั้น เนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับความเหมาะสมของแหล่งเงินด้วย ว่ามีความจำเป็นรีบด่วนอย่างไร มีความเหมาะสมหรือไม่ ที่ใช้ข้ออ้างการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานเพื่อกู้เงิน” หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุ

* ชี้โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ส่อเอื้อเอกชน

ส่วนจะมีข้อมูลหลักฐานที่บ่งชี้ว่า โครงการในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เช่น การติดโซลาร์เซลล์ จะเป็นการเอื้อกับบริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่งหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ ขอให้ติดตามการอธิปรายในวันนี้ ว่าเงินก้อน 2 แสนล้านบาทหลังของ พ.ร.ก.กู้เงินฯ ที่รัฐบาลเตรียมไว้ใช้กับโครงการเพื่อเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนั้น จะมีแค่เพียงโครงการติดโซลาเซลล์ ไม่ว่าจะเป็นไฟข้างทาง หรือการติดโซลาร์เซลล์ในภาคเกษตรเท่านั้นหรือไม่ อย่างไรก็ดี ตนไม่ปฏิเสธว่ามีประโยชน์ แต่การจะช่วยเหลือประชาชนในเรื่องภาระค่าไฟฟ้านั้น ประเทศเรามีเงินกองทุน และมีช่องทางของงบประมาณอื่นที่สามารถใช้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ

“วันนี้เป็นการอภิปรายในส่วนพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งเราอยากเห็นวิธีการใช้เงินที่ถูกต้อง ประเทศไทยกำลังมีปัญหาวินัยการเงินการคลัง จึงอยากเห็นการลงทุนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ขอให้ทุกคนรอติดตาม” นายณัฐพงษ์ ระบุ

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์