
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงเหตุผลและความจำเป็นที่รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงิน 4 แสนล้านบาท โดยยืนยันว่า เป็นเหตุผลในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง เนื่องจากข้อมูลภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/69 ที่ออกมาล่าสุด จะพบว่าเศรษฐกิจไทยชะลอลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นเกือบ 3% โดยมีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดถึงเกือบ 6 แสนล้านบาท
โดยข้อมูลจริงในไตรมาส 2 ที่ออกมา ได้ยืนยันสิ่งที่รัฐบาลเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ทุกอย่าง เพราะตอนที่เริ่มออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ฉบับนี้ รัฐบาลประเมินว่าประเทศไทย จะเผชิญกับวิกฤตหลายระลอกจากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกลาง ซึ่งมีความแตกต่างจากวิกฤตอื่นในอดีตที่ผ่านมา กล่าวคือ
ระลอกที่ 1 วิกฤตราคาพลังงานแพงขึ้น ราคาน้ำมันในประเทศปรับเพิ่มขึ้น 60-70% จากปัจจัยภายนอก ระลอกที่ 2 วิกฤตค่าครองชีพ จากเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมาสู่ระดับเกือบ 3% จากช่วงก่อนสงครามตะวันออกกลางที่เงินเฟ้อติดลบ ในขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตพุ่งขึ้นไปถึง 10% ระลอกที่ 3 กำลังซื้อในประเทศลดลง เพราะสินค้ามีราคาแพงขึ้น โดยจะเห็นว่าการบริโภคภาคเอกชนไตรมาส 2 ขยายตัวชะลอเหลือเพียง 1.9% จากระดับ 3.3% ในก่อนหน้านี้
“ข้อมูลทั้งหมดนี้ ตรงกับที่เราเคยบอกไว้ทุกอย่าง แต่คลื่นวิฤตยังไม่จบเท่านี้ ถ้าเราปล่อยให้สถานการณ์นี้ลุกลามต่อไป ปล่อยให้เหตุการณ์หนักขึ้นเรื่อยๆ สินค้าแพงขึ้น ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้น ถ้ายังหยุดไม่ได้ สิ่งที่ตามมา อาจต้องเห็นการปลดคนงาน ธุรกิจเจ๊ง นี่คือเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตัวเลขไตรมาส 2 ยืนยันทุกอย่างที่เราบอกมา วิกฤตนี้มันไม่เหมือนแบบเดิม เพราะเกิดมาจากเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ พลังงาน และจะลุกลามไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจถ้าเราหยุดมันไม่ได้” นายเอกนิติ ระบุ
นอกจากนี้ ไทยยังเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงมาก ทั้งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งล้วนแต่เป็นสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลางทั้งสิ้น ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความแน่นอนว่าสงครามจะจบลงได้เมื่อไร ทำให้ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง 6 แสนล้านบาทในไตรมาสเดียว จากที่เคยเกินดุลมาตลอด ซึ่งนี่คือเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
“วันนี้สงครามยังไม่จบ ถ้าราคาน้ำมันตลาดโลกยังสูงขึ้นอีกจากภาวะสงคราม ความเปราะบางของเศรษฐกิจนั้น ทำไมเราถึงไม่แก้ตั้งแต่วันนี้ เราจะปล่อยให้ต้องเจอกับอีกไม่รู้กี่วิกฤต แล้วต้องมาเยียวยาไปเรื่อย ๆ ผมว่า วันนี้ต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส นี่คือความจำเป็นที่ต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ในวันนี้” นายเอกนิติ ระบุ
สำหรับการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาทนี้ มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 2 ส่วน คือ
1.การให้ความช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งได้มีการออกโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 และปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างดำเนินโครงการนี้ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน และช่วยให้ร้านค้ารายย่อยมียอดขายเพิ่มขึ้น
2.การส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทน และพลังงงานทางเลือก ทั้งในภาครัฐ ประชาชน ชุมชน และภาคธุรกิจ
รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงินฯ มีหลักคิดที่สำคัญใน 3 ด้าน คือ
1.ประคองภาคประชาชน และเศรษฐกิจไทย ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้
2.เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นจังหวะในการเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทั้งนี้ยอมรับว่า การเปลี่ยนทุกอย่างไม่สามารถทำได้ในพริบตา และเงินกู้ 4 แสนล้านบาทก็คงไม่เพียงพอที่จะปรับเปลี่ยนได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงพยายามดำเนินการควบคู่ไปกับการปลดล็อค Direct PPA การรับซื้อไฟฟ้าโดยตรง การซื้อขายพลังงานสะอาด
3.การใช้จังหวะที่โลกเปลี่ยนแล้ว ดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนในเรื่องพลังงานสะอาดที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันในการลงทุนโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่
นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงแผนการจัดสรรงบประมาณ โดยยืนยันว่า พ.ร.ก.กู้เงินฯ ฉบับนี้ไม่ได้แตกต่างจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ฉบับอื่นในอดีต ขณะเดียวกัน พ.ร.ก.กู้เงินฯ ฉบับนี้ได้เน้นเรื่องความโปร่งใส มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนมากขึ้น โดยมีระเบียบกระทรวงการคลังเพื่อกำกับแผนงาน หรือโครงการภายใต้ พ.ร.ก.ดังกล่าว เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดกรองโครงการที่จะขอใช้เงินกู้ อีกทั้งมีคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ที่ต้องมีการพิจารณาโครงการอย่างรอบคอบ โดยต้องเป็นโครงการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และแผนงาน มีความพร้อมในการดำเนินงาน มีความโปร่งใส คุ้มค่า และมีความจำเป็นอย่างแท้จริง รวมทั้งมีการติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ให้เกิดความคุ้มค่าต่อประโยชน์ของประเทศ
“ขอเน้นย้ำว่า เงินกู้จาก พ.ร.ก.นี้ เราจะไม่กู้เงินมากอง เราจะกู้ตามการใช้จ่ายจริงที่จำเป็น ดังนั้น หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น เราคำนึงถึงตลอดว่าการกู้เงินนี้ จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเท่าไร เรามีการทำแบบจำลองคำนวณหนี้สาธารณะอยู่ตลอด เราเน้นย้ำเรื่องวินัยการเงินการคลัง…พ.ร.ก.ฉบับนี้ ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า การออก พ.ร.ก.ฉบับนี้มีระเบียบ วิธีการไม่ต่างกับการออก พ.ร.ก.ในอดีต ที่ทำเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความจำเป็นเร่งด่วน มีคณะกรรมการกลั่นกรอง เน้นความโปร่งใส ที่สำคัญคือมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการช่วยประชาชน และช่วยเปลี่ยนผ่านพลังงาน และใช้โอกาสจากวิกฤตนี้ เปลี่ยนผ่านประเทศไทยให้ดีขึ้น เราต้องมี พ.ร.ก.นี้ เพราะเราอยู่ยังอยู่ในวิกฤตสงครามยังไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อใด เราจึงต้องมี เครื่องมือนี้ เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็นการยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมเปลี่ยนผ่านพลังงาน ใช้เงินนี้ให้คุ้มค่า ทำประเทศไทยให้ดีขึ้น เมื่อวิกฤตจบ ประเทศไทยจะดีกว่าเดิม” นายเอกนิติ กล่าวในท้ายสุด
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน





