HILITE: โบรกเชียร์หุ้นโรงกลั่นย่อตัวเป็นจังหวะซื้อ ย้ำดีเซลขาดแคลนทั่วโลก-สงครามยืดเยื้อดันกำไรครึ่งปีหลัง

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า การที่จีนส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดความกังวลว่า crack spread อาจกลับมาอยู่ในระดับปกติในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม มองว่ายังมีอีกหลายปัจจัยที่ชี้ว่าการส่งออกของจีนจะไม่เพิ่มอย่างรวดเร็วหรือไม่สามารถควบคุมได้ โดยแม้ว่าจีนจะนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนน้ำมันดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นอาจทำให้โรงกลั่นเพิ่มอัตราการผลิตได้จำกัด

และแม้ว่าทางการจีนจะผ่อนคลายมาตรการจำกัดในการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในเดือนก.ค.-ก.ย. 69 แต่คาดว่าจะเป็นการผ่อนคลายอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากจีนให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศเป็นลำดับแรก
ขณะที่การส่งออกมีโอกาสเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังโรงกลั่น Huajin Aramco เปิดดำเนินงานในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย.69 อย่างไรก็ตาม มองว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์และทำให้โรงกลั่นเปิด
ดำเนินงานช้ากว่ากำหนด

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า หากไม่รวมปริมาณการกลั่นน้ำมันที่ฟื้นตัวในช่วงการหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านในเดือนก.ค. 69
เชื่อว่าปริมาณการกลั่นน้ำมันทั่วโลกน่าจะลดลงมากกว่า 2 ล้านบาร์เรล/วันในปี 69 ขณะที่การโจมตีอย่างต่อเนื่องของอิหร่านและกองกำลังฮูตีในเยเมนได้สร้างความปั่นป่วนเป็นระยะให้กับการผลิตของโรงกลั่นสำคัญ โดยเฉพาะในซาอุดีอาระเบียและคูเวต ส่งผลให้อัตราการเดินเครื่องลดลงตั้งแต่เดือนมี.ค.69 นอกจากนี้ โรงกลั่นในรัสเซียยังถูกโจมตีด้วยโดรนจากยูเครนอย่างต่อเนื่องจนทำให้รัสเซียเปลี่ยนสถานะจากผู้ส่งออกสุทธิน้ำมันดีเซลเป็นผู้นำเข้าในสุทธิ

แม้ว่าราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น อาจส่งผลให้เกิดภาวะ “การทำลายอุปสงค์หรือ demand destruction” ประมาณ 330k บาร์เรล/วันทั่วโลก แต่มองว่าอุปทานน้ำมันดีเซลในตลาดโลกที่ลดลงมากกว่า 1 ล้านบาร์เรล/วันยังคงทำให้ตลาดน้ำมันดีเซลโลกอยู่ในภาวะตึงตัวและช่วยหนุน crack spread น้ำมันดีเซลในเอเชีย ขณะเดียวกัน การที่น้ำมันดิบชนิดหนัก (heavy crude) มีอุปทานตึงตัวจะกดดันการผลิตผลิตภัณฑ์ heavy distillate ในเอเชีย ส่วนมาตรการห้ามส่งออก LSFO (lowsulphur fuel oil) ของรัสเซียอาจช่วยหนุนให้ crack spread ของ LSFO อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องตลอดช่วงครึ่งปีหลัง 69

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า ราคาหุ้นโรงกลั่นของไทยปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จึงอาจทำให้มีแรงเทขายทำกำไร อย่างไรก็ตาม มองว่าราคาหุ้นที่อาจปรับตัวลงเป็นโอกาสที่จะเข้าสะสมหุ้น เนื่องจากตลาดน้ำมันสำเร็จรูปมีภาวะตึงตัวรุนแรง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ middle distillate นอกจากนี้ ค่าการกลั่น (GRM) ที่แข็งแกร่งในครึ่งปีแรกของปี 69 น่าจะช่วยสร้างกระแสเงินสดแข็งแกร่ง ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการโรงกลั่นสามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราที่น่าสนใจในปี 69

ดังนั้น จึงยังมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นโรงกลั่นของไทย โดยเฉพาะ TOP, SPRC และ BCP แต่แนะนำ Neutral สำหรับกลุ่มน้ำมันและก๊าซของไทย เพราะยังมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อการลงทุนในกลุ่มปิโตรเคมีปลายน้ำ มองว่า upside risk ของกลุ่มจะมาจาก crack spread น้ำมันดีเซลที่แข็งแกร่งกว่าคาด ส่วน downside risk จะมาจากขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่สูงกว่าคาดจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ