FVC กางแผนครึ่งปีหลังลุย 4 ธุรกิจ ขยายศูนย์ไตเทียม-โอนที่ดินนิคมฯ ลำพูน-ปั้น Recurring Income หลังงานหลักพลิกฟื้น

บมจ.ฟิลเตอร์ วิชั่น (FVC) เดินหน้าครึ่งปีหลังรุก 4 กลุ่มธุรกิจ ปั้น Recurring Income ขยายฐานลูกค้า-เร่งส่งมอบงานในมือ พร้อมเดินหน้าพัฒนานิคมฯ ลำพูน หลังกวาดรายได้จากการขายและบริการหนุนครึ่งปีแรกโตแรง 122.21% ธุรกิจหลักส่งสัญญาณฟื้นตัว แม้บรรทัดสุดท้ายขาดทุนจากรายการพิเศษทางบัญชีกดดัน

นายวิจิตร เตชะเกษม กรรมการผู้จัดการ FVC เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 69 ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก สู่การสร้างRecurring Income ควบคู่การบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อสร้างฐานรายได้ และกำไรที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/69 สะท้อนสัญญาณฟื้นตัวของธุรกิจหลัก โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 111.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.15 % (YoY) และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 4.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,675% (YoY) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 34.10% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกปี 2569 ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น มีรายได้จากการขายและบริการ 468.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 122.21% (YoY) ซึ่งเป็นแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย ธุรกิจบริการ ทางการแพทย์ โดยเฉพาะบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม รวมถึงการรับรู้รายได้จากธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภค

สำหรับ กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ (B1) บริษัทฯ วางกลยุทธ์ “Agility & Stability” รับการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยมุ่งรักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มยอดขายต่อรายผ่านนวัตกรรมใหม่ และขยายฐานลูกค้า OEM และโรงงานอุตสาหกรรมในภูมิภาค พร้อมต่อยอดลูกค้าที่หมดระยะรับประกันเข้าสู่สัญญา PM และ Service เพื่อเพิ่ม Recurring Income และลดความผันผวนจากรายได้โครงการ

โดยปัจจุบัน B1 มีคำสั่งซื้อสินค้า Trading จากลูกค้า 16 ราย มูลค่า 3.12 ล้านบาท และงานโครงการติดตั้งระบบน้ำ ตู้ทำน้ำดื่มอัตโนมัติ งานบริการและสัญญาซ่อมบำรุงอีก 22 งาน มูลค่ารวม 5.23 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง

ด้าน กลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) ยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าไปยัง Segment ใหม่ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และ Software เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริการหลังการขาย ภายใต้จุดแข็งการเป็น Total Solutions Provider โดยมีฐาน Recurring Income จากสัญญา Preventive Maintenance (PM) และปัจจุบันมีคำสั่งซื้องานติดตั้งระบบเครื่องทำน้ำแข็ง 2 งาน มูลค่ารวม 32.32 ล้านบาท และคาดว่าจะทยอยติดตั้งแล้วเสร็จในครึ่งปีหลังภายใน 69

ขณะที่ กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ยังมีโอกาสเติบโตจากการขยายธุรกิจไตเทียม โดย KTMS มีแผนเปิดเพิ่มประมาณ 3-5 สาขา และเพิ่มเครื่องไตเทียม 36-64 เครื่องภายในไตรมาส 3/69 ส่วน NEP เตรียมเพิ่มเครื่องไตเทียมอีก 1-2 เครื่อง ขณะที่ IRV มีคำสั่งซื้องานติดตั้งระบบน้ำ 12 โครงการ มูลค่ารวม 9.46 ล้านบาท และ MV มีงานติดตั้งระบบท่อลมรับ-ส่งสิ่งส่งตรวจทางการแพทย์และระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งคาดว่าจะทยอยแล้วเสร็จในไตรมาส 3/69

ส่วน กลุ่มธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภคครบวงจร (B4) ปัจจุบันเดินหน้าพัฒนาโครงการ นิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ (ลำพูน) อย่างต่อเนื่อง โดยเฟส 1 เตรียมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามเงื่อนไขสัญญาจะซื้อจะขาย ขณะที่เฟส 2 ยังคงเดินหน้าพัฒนาตามแผน เพื่อสร้างโอกาสรับรู้รายได้และต่อยอดการเติบโตในอนาคต

“แม้ผลประกอบการครึ่งปีแรก 69 ได้รับผลกระทบจากรายการปรับโครงสร้างธุรกิจและการวัดมูลค่าสินทรัพย์ของกลุ่ม KTMS โดยมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิก 90.65 ล้านบาท และไตรมาส 2/69 จำนวน 99.10 ล้านบาท โดยหลักมาจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขายของกลุ่ม KTMS จำนวน 105.93 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะธุรกิจต่อเนื่อง ไตรมาส 2/69 สามารถพลิกกลับมาทำกำไร พร้อมรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนศักยภาพของธุรกิจหลักและสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน”

ข่าวล่าสุด