
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนชื่อ “ทะเลสาบออนแทริโอ” (Lake Ontario) เป็น “ทะเลสาบอเมริกา” (Lake America) ขณะที่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาที่ยังคงร้อนระอุขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทรัมป์กล่าว ณ ห้องทำงานรูปไข่ ก่อนลงนามในคำสั่งดังกล่าวว่า “เรากำลังจะเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอ โดยให้มีผลทันที เป็นทะเลสาบอเมริกา”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในเวลาเพียงสองวันหลังจากที่ทรัมป์ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ กำลัง “พิจารณาอย่างจริงจัง” ในการเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอเป็น “ทะเลสาบอเมริกา” โดยอ้างว่า “เราไม่คิดว่าจะมีการทำธุรกิจกับรัฐออนแทริโอมากเท่าใดนักต่อจากนี้”
ทั้งนี้ ทะเลสาบออนแทริโอ ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าทะเลสาบใหญ่ของอเมริกาเหนือ ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดา โดยมีรัฐออนแทริโอของแคนาดาอยู่ทางทิศเหนือ และรัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ อยู่ทางทิศใต้
ความพยายามของทรัมป์ในการเปลี่ยนชื่อทะเลสาบครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากความล้มเหลวในการเจรจาทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้ จนนำไปสู่การจัดเก็บภาษีตอบโต้รอบใหม่
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับล่าสุดนับเป็นครั้งที่สองแล้วที่ทรัมป์ออกมาท้าทายชื่อดั้งเดิมของน่านน้ำระหว่างประเทศ และตัดสินใจเปลี่ยนชื่อฝ่ายเดียวเพื่อใช้เฉพาะภายในสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการดำรงตำแหน่งวาระที่สอง ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารสั่งการให้เปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็น “อ่าวอเมริกา” (Gulf of America) ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เรียกเสียงคัดค้านจากเม็กซิโกและชาติต่าง ๆ
นอกจากนี้ ในพิธีลงนามเมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์ยังได้อวดอ้างถึงความพยายามก่อนหน้านี้ในการเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโก โดยกล่าวว่า “ตอนนี้เรามีอ่าวแล้ว และเราก็มีทะเลสาบแล้ว สิ่งเดียวที่เรายังขาดอยู่ก็แค่มหาสมุทร บางทีเราอาจจะต้องเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแอตแลนติก หรือมหาสมุทรแปซิฟิก หรือไม่แน่ว่าอาจจะเปลี่ยนมันทั้งสองแห่งเลยก็ได้”
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





