CPF เล็งออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิคล้ายทุนเรทติ้ง BBB+ เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไปราว ม.ค.70

บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร [CPF] เตรียมเสนอขาย “หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนครั้งที่ 1/2570ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัทซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด และมีสิทธิเลื่อนชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ” (หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ) ชุดใหม่ โดยครั้งนี้คาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 18- 21 มกราคม พ.ศ. 2570 และอัตราดอกเบี้ย จะประกาศให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำทั้ง 14 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารยูโอบี, บล.เกียรตินาคินภัทร, บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง, บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บลูเบลล์, และบล.ดาโอ (ประเทศไทย)

CPF ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรที่ระดับ “A” แนวโน้ม “คงที่” และหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+” แนวโน้ม “คงที่”จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของ CPF ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมระดับโลก ด้วยความหลากหลายของสินค้า และฐานการผลิตที่กระจายตัวใน 17 ประเทศ ครอบคลุมตลาดผลิตภัณฑ์อาหารกว่า 50 ประเทศ

สถาบันการเงินผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ให้ความเห็นว่า หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ของ CPF ที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงและความซับซ้อนได้สูงกว่าการลงทุนในหุ้นกู้ทั่วไป มีเป้าหมายการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว และต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยจัดสรรเงินลงทุนบางส่วนมาลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ของบริษัทที่มีความมั่นคง มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ในส่วนของผลการดำเนินงานของ CPF ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 CPF มีรายได้จากการขายทั้งสิ้น 283,883 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายของกิจการในต่างประเทศจำนวน 13 ประเทศ มีสัดส่วน 66% และรายได้จากการขายจากกิจการประเทศไทยมีสัดส่วน 34% ของรายได้จากการขายรวม และมีกำไรสุทธิ 8,951 ล้านบาท พร้อมรับปัจจัยบวกครึ่งหลังปี 2569 จากการฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์ ทั้งในและต่างประเทศ