
นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า เฟดควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่
ทั้งนี้ ในการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันนี้ นายวอร์ชได้หลีกเลี่ยงการแสดงจุดยืนทั้งในเรื่อง Forward Guidance หรือการส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด และเรื่อง Reaction Function หรือปัจจัยทางเศรษฐกิจที่จะทำให้เฟดจำเป็นต้องปรับอัตราดอกเบี้ย
นายวอร์ชใช้สุนทรพจน์ในครั้งนี้เพื่ออธิบายแนวคิดและปรัชญาของเขาเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายการเงิน ขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงที่จะส่งสัญญาณว่าเขาคิดว่าเฟดควรดำเนินการอย่างไรเพื่อบรรลุเป้าหมายทั้งสองประการของเฟด ได้แก่ การรักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำ และการทำให้การจ้างงานอยู่ในระดับเต็มศักยภาพ
“วันนี้ผมยืนอยู่ที่นี้ด้วยความมุ่งมั่นต่อการรักษาวินัย ไม่ใช่ความมุ่งมั่นต่อการตัดสินใจ” นายวอร์ชกล่าว
ที่ผ่านมา นายวอร์ชมักถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการไม่ยอมเปิดเผยแนวทางด้านนโยบายของตนอย่างชัดเจน ในช่วงเวลาที่เงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด โดยเขาคัดค้านการใช้ Forward Guidance ที่เฟดเคยใช้ในอดีต โดยมองว่าเป็นการคอยประคับประคองตลาด ทั้งที่ตลาดควรเป็นฝ่ายตีความข้อมูลเศรษฐกิจ ไม่ใช่ตีความถ้อยแถลงของเฟด
ในช่วงต้นของการกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ นายวอร์ชกล่าวติดตลกว่า “คุณจะเรียกมันว่าโครงร่างก็ได้ จะเรียกมันว่าแผนที่เส้นทางก็ได้ แต่อย่าเรียกมันว่า Forward Guidance” พร้อมระบุว่าแนวทางดังกล่าว “อยู่เกินกว่าเวลาที่ควรจะอยู่มานานแล้ว”
อย่างไรก็ตาม นายวอร์ชยอมรับว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยกล่าวว่า “แม้ว่าตัวเลข PCE และ CPI ในช่วงฤดูร้อนนี้จะออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผมเชื่อว่าแนวโน้มพื้นฐานของเงินเฟ้อปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “เราต้องมั่นใจว่าเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังเคลื่อนตัวสู่เป้าหมายของเราอย่างชัดเจนและด้วยความเร็วที่เพียงพอ หากไม่เป็นเช่นนั้น เราก็ยังมีงานที่ต้องทำ นั่นคือหน้าที่ของเรา เป็นภารกิจของเรา และเป็นสิ่งที่เราต้องเดินหน้าทำต่อไป”
ใจความสำคัญในภาพรวมของสุนทรพจน์ครั้งนี้คือการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงแนวทางในการที่เฟดมองบทบาทของตนเองต่อตลาดและสาธารณชน
นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม ซึ่งนายวอร์ชระบุว่า วันนี้เป็นวันที่ 100 ของการดำรงตำแหน่งของเขา นายวอร์ชได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 5 ชุดเพื่อพิจารณาหน้าที่และการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ของเฟด
หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือการทำให้ตลาดเลิกยึดติดกับทุกถ้อยคำที่ออกมาจากเจ้าหน้าที่เฟด โดยเขาเรียกร้องให้ “เฟดพูดน้อยลง และมีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้นในการสื่อสาร”
“เฟดมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจและตลาด และเครื่องมือของเราก็มีพลังอย่างมาก เราเป็นผู้กำหนดทิศทางของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น และผู้ที่อยู่ในตลาดจะพยายามคาดการณ์อยู่เสมอว่าเราจะทำอะไรต่อไป” เขากล่าว
“แต่เราไม่ควรสนับสนุนระบบที่ผู้ที่อยู่ในตลาดมองหาเฟดเป็นหลักสำหรับการซื้อขายครั้งต่อไปของพวกเขา”
สุนทรพจน์ของนายวอร์ชแตกต่างจากประธานเฟดในอดีต ซึ่งมักใช้เวทีแจ็กสัน โฮลเพื่อส่งสัญญาณทิศทางอัตราดอกเบี้ย, ประกาศการเปลี่ยนแปลงกรอบนโยบายของเฟด หรืออธิบายแนวทางใหม่ในการดำเนินนโยบายการเงิน
ในการประชุมเมื่อปีที่แล้ว นายเจอโรม พาวเวล ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเฟดในขณะนั้น ได้ส่งสัญญาณว่าเฟดอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นอย่างมาก
ทั้งนี้ นายวอร์ชพยายามกำหนดแนวทางใหม่ที่ย้อนกลับไปในยุคของเฟดก่อนเกิดวิกฤตการเงิน ซึ่งในขณะนั้น ตลาดได้รับสัญญาณที่ไม่ชัดเจนจากเฟด และเฟดมีบทบาทแทรกแซงตลาดน้อยกว่า
แม้ว่านักลงทุนจะเริ่มปรับตัวเข้ากับการไม่มี Forward Guidance แล้ว แต่พวกเขายังคงคาดหวังว่า นายวอร์ชจะให้ Reaction Function อย่างน้อยในระดับหนึ่ง หรืออธิบายว่าเงื่อนไขใดที่จะทำให้เฟดตอบสนองด้วยการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
แต่ดูเหมือนนายวอร์ชยังไม่เต็มใจที่จะให้คำมั่นที่ชัดเจน
“หาก Forward Guidance ไม่เหมาะสมกับภาวะปกติ ประธานเฟดคนใหม่ควรให้ Reaction Function ที่ชัดเจนหรือไม่? แน่นอนว่าเขาควรบอกเราเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาร้อนแรงหรืออ่อนแอ” เขากล่าว และถามว่า เฟดควรจัดทำกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงซึ่งเฟดจะปฏิบัติตามหรือไม่
นายวอร์ชยืนยันว่า “ความรู้ของเรายังไปไม่ถึงจุดนั้น อย่างน้อยก็ในตอนนี้ และปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุดต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสมนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา”
“ตลอดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดของผม ผมและเพื่อนร่วมงานจะพยายามสร้างแบบจำลองที่น่าเชื่อถือมากขึ้น และกฎเกณฑ์ที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจด้านนโยบาย เราจะทำเช่นนั้นโดยตระหนักว่า ความแม่นยำในการคาดการณ์เศรษฐกิจเป็นสิ่งที่เราปรารถนาให้เกิดขึ้น”
อย่างไรก็ดี นายวอร์ชไม่ได้กล่าวถึงมาตรการล่าสุดของนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เกี่ยวกับการเร่งซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกับความต้องการของนายวอร์ชที่ต้องการให้รัฐบาลลดบทบาทในตลาด
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




