เวเนฯ เผยดีลน้ำมันสหรัฐฯ 25 ปี ดันผลิต 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ยันไม่เสียอธิปไตย

เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เปิดเผยว่า ข้อตกลงความร่วมมือด้านพลังงานกับสหรัฐอเมริกาจะมีผลผูกพันยาวนาน 25 ปี โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบแตะระดับ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมยืนยันว่าเวเนซุเอลายังคงรักษาอธิปไตยเหนือทรัพยากรธรรมชาติของตนไว้ได้

โรดริเกซกล่าวสุนทรพจน์ผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ VTV ในช่วงดึกของวันเสาร์ (29 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม ตามเวลาในไทย) โดยยกย่องว่าข้อตกลงนี้เป็นหมุดหมาย “ครั้งประวัติศาสตร์” ที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่รัฐบาล และกำหนดอนาคตของประเทศ

โครงการทวิภาคีระยะเวลา 25 ปีนี้ ครอบคลุมการพัฒนาแหล่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ 17 แห่ง เพื่อผลักดันผลผลิตให้ได้มากกว่า 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นเพียงเป้าหมายเริ่มต้นเฉพาะภายใต้กรอบข้อตกลงกับสหรัฐฯ เท่านั้น ขณะที่แผนแม่บทด้านพลังงานในภาพรวมยังครอบคลุมถึงการพัฒนาแปลงสำรวจและผลิตน้ำมันใหม่อีก 8 แปลงด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) ถึงแผนการเข้าควบคุมปริมาณสำรองน้ำมันบางส่วนของเวเนซุเอลา เพื่อเปิดทางให้บริษัทพลังงานสัญชาติอเมริกันเข้ามาช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรม และช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันดิบเพื่อลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ

แม้ผู้นำสหรัฐฯ จะเปิดเผยรายละเอียดเพียงเล็กน้อย แต่ระบุว่าสหรัฐฯ ได้รับสิทธิบริหารจัดการในสัดส่วนหลักเหนือปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วกว่า 65,000 ล้านบาร์เรล ผ่านการจับมือเป็นพันธมิตรกับภาคเอกชน

ปัจจุบัน เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก แต่กลับผลิตน้ำมันได้เพียงราว 1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพจริงอย่างมาก อันเป็นผลมาจากการขาดแคลนเงินลงทุนต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ปัญหาการบริหารจัดการ และผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตร

โรดริเกซประเมินว่า ข้อตกลงนี้อาจสร้างรายได้ให้แก่รัฐบาลเวเนซุเอลาราว 2.09 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคำนวณจากราคาน้ำมันดิบอ้างอิงที่ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งนี้ คาดว่าเงินรายได้ราว 19 ดอลลาร์สหรัฐจากน้ำมันทุก ๆ 1 บาร์เรลที่ผลิตและจำหน่ายจะถูกส่งตรงเข้าคลังเวเนซุเอลาทันที

ผู้นำรักษาการเวเนซุเอลาย้ำว่า ประเทศยังคงมี “กรรมสิทธิ์และอธิปไตย” เหนือทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการดึงดูดเงินทุน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติการเข้ามาฟื้นฟูอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการคว่ำบาตร

แม้ในวันเดียวกันจะมีกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลรวมตัวชุมนุมใจกลางกรุงการากัสเพื่อคัดค้านสหรัฐฯ แต่รัฐบาลเวเนซุเอลายังคงเตรียมลงนามสัญญามอบสิทธิการสำรวจและผลิตน้ำมันแปลงใหม่แก่บริษัทต่างชาติ รวมถึงบริษัทสัญชาติอเมริกันในสัปดาห์หน้า โดยมีรายงานว่า บริษัท เชฟรอน (Chevron) เป็นหนึ่งในบริษัทที่เตรียมบรรลุข้อตกลงเพื่อเปลี่ยนผ่านกิจการร่วมค้าเดิมเข้าสู่กรอบความร่วมมือด้านพลังงานฉบับใหม่นี้

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต

ข่าวล่าสุด