
กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้ (31 ส.ค.) ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือน ก.ค. เกือบจะทรงตัว โดยปรับตัวขึ้นเพียง 0.1% จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากยอดส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้นถูกหักล้างด้วยการร่วงลงของผลผลิตอุปกรณ์การขนส่ง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ค. ปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันเมื่อเทียบรายเดือน หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนมิ.ย.
ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงยังคงการประเมินการผลิตภาคอุตสาหกรรมไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า โดยระบุว่า ผลผลิต “มีความผันผวนอย่างไม่มีทิศทางที่ชัดเจน”
กระทรวงเศรษฐกิจฯ ระบุในรายงานเบื้องต้นว่า ดัชนีการผลิตในโรงงานและเหมืองแร่หลังปรับค่าตามฤดูกาลแล้วอยู่ที่ระดับ 104.7 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2563 ซึ่งอยู่ที่ 100
อุตสาหกรรม 10 ภาคส่วนมีผลผลิตเพิ่มขึ้น นำโดยเครื่องจักรการผลิต ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการส่งออกอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรม 4 ภาคส่วนปรับตัวลดลง ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์การขนส่งที่ไม่รวมยานยนต์ ขณะที่ผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมเครื่องจักรไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้านสารสนเทศและการสื่อสาร ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
เมื่อพิจารณาจากผลการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มผู้ผลิต ทางกระทรวงคาดการณ์ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัว 6.4% ในเดือนส.ค. ก่อนที่จะหดตัวลง 4.2% ในเดือนก.ย.
สำหรับเดือนก.ค. ดัชนีการส่งออกภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 2.2% สู่ระดับ 103.5 ขณะที่ดัชนีสินค้าคงคลังขยับขึ้น 0.5% แตะที่ระดับ 98.1
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/ปนัยดา ปัทมโกวิท





