ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.16 แนวโน้มอ่อนค่า หลังประธานเฟดส่งสัญญาณอาจขึ้นดอกเบี้ย

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 33.16 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงมากจากเย็นวันศุกร์ ที่ปิดตลาดที่ระดับ 32.94บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงหนัก ทะลุโซนแนวต้าน 33.00 บาท/ดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน หลังผู้เล่นในตลาดตีความถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในงาน Jackson Hole Symposium ว่ามีความ Hawkish ขึ้นมาก

“ผู้เล่นในตลาดพร้อมใจกันปรับเพิ่มโอกาส FED เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในการประชุมเดือนก.ย. ส่งผลให้เงินดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น พร้อมกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลงหนัก” นายพูน ระบุ

สำหรับแนวโน้มเงินบาทนั้น โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทได้มีกำลังมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงที่เงินบาทอาจทยอยอ่อนค่าลงได้บ้าง โดยในระยะสั้น ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่หนุนให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น อาจสร้างแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาทได้

สัปดาห์นี้ ตลาดจะรอติดตามการรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิต รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Business Sentiment) ในเดือนส.ค. ที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ตามกระแส AI Boom รวมถึงอานิสงส์ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะเคลื่อนไวอยู่ที่ระดับ 33.05-33.30 บาท/ดอลลาร์

SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 33.1550 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.83 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 159.64/65 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1590 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1641/1643 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.947 บาท/ดอลลาร์

– “คลัง” จ่อชง TISA เข้า ครม.ก.ย.นี้ หลังจับมือ ก.ล.ต.คลอดเงื่อนไขเปิดทางลงทุนสินทรัพย์ใหม่ กลุ่ม Investment Token “วินิจ” แย้มลดหย่อนภาษีได้ไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ฟาก “เอกนิติ” ลุยเปลี่ยนผ่านพลังงาน เร่งนำร่องโซลาร์สถานที่ราชการ-บ้านเรือน อัดฉีดงบ Smart Grid ปลดล็อกขายไฟคืนระบบ จับตารื้อโครงสร้างภาษียานยนต์รับ EV เผยสัปดาห์นี้นัดถกบอร์ดคุม Data Center วางเกณฑ์ส่งเสริม-ดันผู้ประกอบการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดพ่วง

– โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีฐานยิงจรวด 2 แห่งของอิหร่านบนเกาะลารัค ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ในวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) หลังจากกองทัพพบว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) กำลังเตรียมการยิงจรวดที่บรรจุทุ่นระเบิดทางน้ำลงสู่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.ค. 

– เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) โดยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ร่วมกันแทรกแซงตลาดด้วยการซื้อเยนและขายดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนก.ค. 

รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) ถึงเหตุผลที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นร่วมกันแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยนเมื่อเดือนที่แล้ว โดยระบุว่า การอ่อนค่าของเยนมากเกินไปอาจทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกไม่มีเสถียรภาพ และท้ายที่สุดอาจส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของครัวเรือนและภาคธุรกิจในสหรัฐฯ สูงขึ้น 

ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 51.7 ในเดือนส.ค. แต่สูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 51.0 หลังจากแตะระดับ 55.2 ในเดือนก.ค. 

– นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อยังลดลงไม่มากพอ และเฟดอาจจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. 

– ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนส.ค., ดัชนีภาคการผลิตเดือนส.ค., ดัชนีภาคบริการเดือนส.ค., ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนก.ค., ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์, รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค., ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนส.ค. และ อัตราการว่างงานเดือนส.ค.

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน