ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบเล็กน้อยในวันนี้ (31 ส.ค.) โดยมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางส่วนในช่วงท้ายตลาดที่ช่วยพยุงและลดช่วงติดลบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดตลาดที่ระดับ 66,311.93 จุด ลดลง 93.63 จุด หรือ -0.14% หลังจากดิ่งลงหลุดระดับ 65,000 จุดชั่วขณะในระหว่างวัน
หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ กลุ่มพลังงานไฟฟ้าและก๊าซ และกลุ่มเหมืองแร่ ขณะที่หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ กลุ่มขนส่งทางอากาศ และกลุ่มขนส่งทางเรือ
มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ ระบุว่า “ระดับ 65,000 จุดดูเหมือนจะทำหน้าที่เป็นแนวรับ เนื่องจาก (ดัชนีนิกเกอิ) สามารถดีดตัวกลับขึ้นมาได้หลายครั้งหลังจากที่ปรับตัวร่วงลงต่ำกว่าระดับดังกล่าว”
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (28 ส.ค.) ณ การประชุมประจำปีของเฟด ได้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น และผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
วอร์ชระบุว่า “เราต้องมั่นใจว่าเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังเคลื่อนตัวสู่เป้าหมายของเราอย่างชัดเจนและด้วยความเร็วที่เพียงพอ หากไม่เป็นเช่นนั้น เราก็ยังมีงานที่ต้องทำ” ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวได้กระตุ้นกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวลดลงตามทิศทางของหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่บรรยากาศการลงทุนยังเผชิญแรงกดดันจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นโตเกียวสามารถลดช่วงติดลบลงได้บางส่วนในภาคบ่าย เนื่องจากมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มที่อิงกับอุปสงค์ภายในประเทศ กลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข





