
ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังญี่ปุ่น เปิดเผยในวันจันทร์ (31 ส.ค.) ว่า เธอเห็นพ้องกับสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ว่า การเคลื่อนไหวของเงินเยนที่เป็นไปอย่างมีเป็นระบบระเบียบถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อเสถียรภาพของตลาดการเงินโลก
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า คาตายามะกล่าวภายหลังการหารือร่วมกับเบสเซนต์ ณ เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ว่า ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันร่วมกันว่า ความพยายามในการประสานความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะช่วยสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้
แหล่งข่าวเผยว่า คาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้เข้าพบกับเบสเซนต์เช่นเดียวกัน ณ เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G20 ระยะเวลา 2 วันจนถึงวันนี้ (1 ก.ย.)
การหารือดังกล่าวมีขึ้น 1 เดือนหลังจากที่ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้ร่วมกันเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อพยุงค่าเงินเยน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน เบสเซนต์ ซึ่งรับหน้าที่ประธานร่วมการประชุม G20 ร่วมกับ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่า เขาคาดหวังให้ญี่ปุ่นออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับภาวะเงินเยนอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง
เบสเซนต์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC หลังถูกถามถึงประสิทธิผลของการแทรกแซงตลาดร่วมกันว่า “ผมไม่สามารถเปลี่ยนจุดดุลยภาพตามธรรมชาติได้ สิ่งที่เราทำได้คือการส่งสัญญาณ และตามที่ผมเคยกล่าวไว้ ผมมีข้อมูลที่ตลาดไม่มี”
ในขณะที่เงินเยนอ่อนค่าลงอีกครั้งเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐแม้จะมีการแทรกแซงไปแล้ว เบสเซนต์ระบุว่า “ผมเชื่อว่ารัฐบาลญี่ปุ่นและ BOJ จะดำเนินมาตรการที่นำไปสู่การแข็งค่าของเงินเยน” โดยเขากล่าวเสริมว่า บรรดาผู้เล่นในตลาดได้รับรู้และสะท้อนการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ ไปในราคาเรียบร้อยแล้ว
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





