สหรัฐฯ เผยดีลยักษ์เวเนซุเอลา สัมปทาน 100 ปี น้ำมัน 65,000 ล้านบาร์เรล

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงพลังงานครั้งสำคัญกับเวเนซุเอลา ผ่านเอกสารสรุปข้อมูลสำคัญ (Fact Sheet) บนเว็บไซต์ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ (31 ส.ค.) หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว รัฐบาลเฉพาะกาลของเวเนซุเอลาได้อนุมัติสัมปทานระยะเวลา 100 ปี ครอบคลุมแหล่งน้ำมัน 17 แห่ง คิดเป็นปริมาณน้ำมันดิบสำรองที่พิสูจน์แล้วราว 65,000 ล้านบาร์เรล ให้แก่บริษัท นอร์ท อเมริกัน บลู เอเนอร์จี พาร์ทเนอร์ส (North American Blue Energy Partners: NABEP) ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันภาคเอกชนรายใหญ่อันดับ 2 ของเวเนซุเอลา

ด้าน NABEP ได้มอบสัดส่วนการถือหุ้น 35% ในบริษัทแม่ ให้แก่สำนักงานทุนเชิงยุทธศาสตร์ (OSC) สังกัดกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้รับสิทธิ์ซื้อน้ำมัน 20% จากทุกแหล่งผลิตของ NABEP ทั้งในปัจจุบันและอนาคตในราคาต้นทุนการผลิต พร้อมได้สิทธิ์เลือกซื้อก่อนเป็นรายแรกสำหรับผลผลิตส่วนที่เหลืออีก 80%

นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังมีสิทธิ์ยับยั้งการแต่งตั้งสมาชิกคณะกรรมการบริหารของ NABEP รวมถึงกำหนดให้เสียงข้างมากในบอร์ดต้องเป็นพลเมืองอเมริกัน และข้อตกลงทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กฎหมายรวมถึงเขตอำนาจศาลของสหรัฐฯ ขณะที่น้ำมันดิบที่ขุดเจาะได้ใหม่จากเวเนซุเอลาจำนวนหลายล้านบาร์เรล จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการกลั่นในโรงกลั่นของสหรัฐฯ และจะถูกสูบขึ้นมาโดยใช้แท่นขุดเจาะรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ

ทำเนียบขาวยืนยันว่า ดีลประวัติศาสตร์นี้ไม่กระทบเงินภาษีของชาวอเมริกันแม้แต่ดอลลาร์เดียว ขณะที่มีรายงานว่า ปธน.ทรัมป์มีกำหนดนัดหารือร่วมกับกลุ่มผู้บริหารโรงกลั่นน้ำมันของสหรัฐฯ ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กในวันนี้ (1 ก.ย.)

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้นแล้วราว 28%

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข