SET ปิดที่ 1,588.68 จุด ลดลง 6.48 จุด (-0.41%) มูลค่าซื้อขาย 72,563.44 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้อ่อนตัวลงช่วงท้ายตลาดรับแรงกดดันปัจจัยต่างประเทศ ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันดิบพุ่ง และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯดีดขึ้นหลังประธานเฟดส่งสัญญาณกังวลเงินเฟ้อหนุนโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย ประเมินวันพรุ่งนี้ตลาดยังแกว่งพักฐานรอปัจจัยโลกคลี่คลาย ให้กรอบแนวรับ 1,570 จุด และแนวต้าน 1,610 จุด

ตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้ปิดที่ 1,588.68 จุด ลดลง 6.48 จุด (-0.41%) มูลค่าซื้อขาย 72,563.44 ล้านบาท
การซื้อขายวันนี้ช่วยบ่ายพลิกกลับมาลบ โดยทำจุดต่ำสุดที่ 1,585.23 จุด และทำจุดสูงสุด 1,603.59 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 108 หลักทรัพย์ ลดลง 373 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 168 หลักทรัพย์
นายวทัญ จิตต์สมนึก,IAA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ช่วงแรกเคลื่อนไหวทรงตัวก่อนจะไหลลงช่วงท้ายตลาดมาปิดในแดนลบ บรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบกลับตัวขึ้นมาแรง สร้างความกังวลต่อทิศทางเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นยังถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ดีดขึ้นจากก่อนหน้านี้ปรับตัวลง หลังนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณแสดงความกังวลเงินเฟ้อ ซึ่งตลาดตีความว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้
โดยวันนี้ ตลาดหุ้นบ้านเราถูกดดันจากแรงขายกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ KCE HANA สอดคล้องกับหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศที่มีแรงขายออกมาอีกรอบ รวมทั้งมีแรงขายกลุ่มโรงไฟฟ้า
แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดตลาดแกว่งตัวในกรอบ อยู่ในช่วงพักฐานรอสถานการณ์โลกคลี่คลาย ทั้งสงครามในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบ และทิศทางเงินเฟ้อ
โดยให้กรอบแนวรับ 1,570 จุด และแนวต้าน 1,610 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
โดย วรินทร ศิรินอก





