ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $4.46 กังวลสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ กระทบอุปทาน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 5% ในวันอังคาร (1 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการปะทะกันรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 4.46 ดอลลาร์ หรือ 5.2% ปิดที่ 90.22 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 4.16 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 94.65 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. และสัญญาน้ำมัน WTI ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อาจยืดเยื้อและลุกลามเป็นวงกว้าง

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันในวันอังคารว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ซึ่งการโจมตีระลอกใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ IRGC พยายามโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งพยายามโจมตีกองทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน

ด้านอิหร่านยังคงมีท่าทีแข็งกร้าว โดยเตือนว่าจะขัดขวางไม่ให้มีการส่งออกน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะตอบโต้อิหร่านอย่างหนักหน่วง และสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนว่าจะลงโทษอิหร่านด้วยมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ก็ตาม

ทั้งนี้ เบสเซนต์ได้กล่าวต่อที่ประชุม G20 ในวันอังคารว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะกลายเป็นผืนน้ำที่ไร้ค่าภายในเวลาสองปี พร้อมกับเปิดเผยถึงแผนการเชิงรุกเพื่อกดดันเศรษฐกิจของอิหร่านอย่างหนัก ซึ่งรวมถึงการคว่ำบาตรธนาคารของอิหร่าน เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทางการเงิน

ส่วนสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด โดยมีรายงานว่ากองกำลังทหารรัสเซียได้โจมตีทางอากาศในกรุงเคียฟและพื้นที่โดยรอบของยูเครนเมื่อช่วงเช้าวันอังคาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 รายและบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการอันหนักหน่วงโจมตีเมืองหลวงของยูเครน

ทั้งนี้ รัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกในปี 2568 รองจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย นอกจากนี้ รัสเซียยังเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส

นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ (2 ก.ย.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบจะลดลง 800,000 บาร์เรลในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 ส.ค.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช