ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (2 ก.ย.) โดยปรับตัวตามตลาดวอลล์สตรีทที่ดิ่งลงในวันอังคาร (1 ก.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร รวมทั้งสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากปะทะกันรอบใหม่
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 65,195.43 จุด ลดลง 1,019.91 จุด หรือ -1.54%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 25,280.82 จุด ลดลง 48.91 จุด หรือ -0.19%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,963.07 จุด ลดลง 16.82 จุด หรือ -0.42%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 2.87%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 1.09%
กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศรอบใหม่เพื่อถล่มเป้าหมายของอิหร่านในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยการโจมตีเกิดขึ้นหลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรธนาคารอิหร่านเพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ในขณะที่อิหร่านเตือนว่าจะขัดขวางการส่งออกน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซีย
สถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 5.2% และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้น 4.6% ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันอังคาร
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ในวันอังคาร โดยการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทดังกล่าวถือเป็นสัญญาณล่าสุดของกระแสเทขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลก ซึ่งนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจคล้ายกับเมื่อครั้งที่เกิดวิกฤตการเงินเอเชียในปี 2540
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (4 ก.ย.) อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 68.2% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 39.6% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. หลังจากลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1% ในเดือนส.ค.
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ เกาหลีใต้มีกำหนดเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค. และออสเตรเลียเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





