องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เข้าเยี่ยมชมโรงงานประกอบรถโดยสารไฟฟ้าของบริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด หรือ AAB บริษัทในกลุ่มบมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามความพร้อมโครงการการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (Electric Vehicle : EV) จำนวน 1,520 คัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี วงเงิน 14,905 ล้านบาท โดยขสมก.ได้ลงนามกับบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ไปเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 69 และได้ส่งมอบหนังสือให้เริ่มงาน (Noitce to Proceed: NTP) เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 69
โดยรถโดยสารไฟฟ้าทั้ง 1,520 คันจะผลิตและประกอบในประเทศไทยด้วยฝีมือคนไทย ตั้งแต่กระบวนการขึ้นโครง ประกอบตัวถัง พ่นสี ติดตั้งระบบ และตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานก่อนการส่งมอบ

นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กล่าวว่า สำหรับแผนงานรองรับรถโดยสารคันใหม่นั้น ทางเอกชนจะต้องส่งรถโดยสารล็อตแรกจำนวน 500 คัน ภายในวันที่ 30 มี.ค.70, ล็อตที่ 2 อีก 500 คัน ภายในวันที่30 เม.ย. 70 และลอตสุดท้ายอีก 520 คันส่งมอบภายในวันที่30 พ.ค. 70 หากส่งไม่ครบจะมีการปรับตามสัญญา
โดยหลังจากทยอยรับรถแต่ละล็อตแล้ว จะใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้พนักงานขับรถฝึกซ้อมให้คุ้นชินกับเส้นทางและระบบความปลอดภัย ก่อนจะเริ่มปล่อยรถวิ่งจริงต่อไป ซึ่งระยะเวลาเช่า 7 ปีจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ส่งมอบรถโดยสารล็อตแรกในเดือน มี.ค. 70 นี้

นอกจากนี้ยังมีรถต้นแบบ (Demo) 2 คันที่เอกชนประกอบเสร็จแล้วตามแบบที่ ขสมก. กำหนดไว้ เพื่อใช้ทดสอบระบบความปลอดภัยและความเหมาะสมกับสภาพถนนไทยต่อไป ทั้งนี้ ทางโรงงานให้ข้อมูลว่า มีศักยภาพผลิตได้วันละ 15 คัน เกินมาตรฐานที่ขสมก. กำหนดเป้าหมายขั้นต่ำไว้ที่ 12 คันต่อวัน โดยAAB จัดเตรียมพนักงาน 700 คน สำหรับประกอบรถ
ผอ.ขสมก.กล่าวว่า รถโดยสารประจำทางใหม่ทั้งหมดนั้นจะนำมาทดแทนรถโดยสารสีครีมแดง (รถร้อน) ทั้งหมด ครอบคลุมสายทางรถโดยสารประจำทางของขสมก. 50 เส้นทาง ซึ่งรถร้อนปัจจุบันมีจำนวน 1,520 คันพอดี โดยวิ่งให้บริการอยู่ประมาณ 1,400 คัน
ทั้งนี้ หากมีรถโดยสารประจำทางใหม่เข้ามาประจำการ ผอ.ขสมก.ระบุว่า จะช่วยให้ ขสมก.ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 4,100 ล้านบาทต่อปี แบ่งเป็นค่าเหมาซ่อม 2,000 ล้านบาท, ค่าเชื้อเพลิงจาก 2,000 ล้านบาท เหลือ 800 ล้านบาท และลดต้นทุนบุคลากรในอนาคตต่อไป

ทั้งนี้ ปัจจุบันขสมก.มีผู้โดยสารแบ่งเป็นวันธรรมดามีผู้โดยสารประมาณ 550,000 – 650,000 คนต่อวัน ส่วนวันหยุดประมาณ 300,000 – 400,000 คนต่อวัน
“พอรถกลุ่ม ใหม่เข้ามา สมมติ 500 คัน รถครีมแดงก็ต้องถอยออกไป 500 อันนี้คือหลักการที่เราจะต้องดำเนินการ ส่วนอัตราค่าโดยสาร ทุกวันนี้รถเมล์ครีมแดงเก็บอยู่ที่ 8 บาทตลอดสาย เมื่อเป็นรถแอร์ก็จำเป็นต้องทำตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยค่าโดยสารจะอยู่ที่ 15-20-25 บาท ทั้งนี้ ทางท่านรัฐมนตรี พิพัฒน์ (พิพัฒน์ รัชกิจประการ) ท่านสิริพงษ์ (สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ) แล้วก็ทางรัฐบาลก็กำลังหาทางออกอยู่ว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนไม่รับภาระมากกว่าเดิม” นายกิตติกานต์ระบุ
นายกิตติกานต์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนการจัดหารถโดยสารอีก 800 คัน วงเงินรวม 8,000 ล้านบาทนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร (สส.) เนื่องจากขสมก.ได้ทำคำของบประมาณในส่วนนี้ไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากได้รับการอนุมัติก็เชื่อว่าจะไม่ล่าช้าไปกว่าการจัดหารถรอบแรก โดยคาดว่าจะได้รับรถใหม่เข้ามาประจำการในปี 2571
ขณะที่ความคืบหน้าของการปรับปรุงอู่ 12 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อรองรับการทำสถานีชาร์จไฟนั้น นายกิตติกานต์กล่าวว่า กำลังเตรียมพื้นที่สำหรับทำสถานีชาร์จจำนวน 12 จุด เป็นอู่รถประจำทางของขสมก. สำหรับการนำร่องเฟสแรก คาดว่าจะก่อสร้างใน 3 พื้นที่ก่อน ประกอบด้วย อู่เชียงราก, อู่เคหะสมุทรปราการ และสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีคลองบางไผ่ เพราะ 3 แห่งนี้มีมูลค่ารวมกันไม่ถึง 200 ล้านบาท ผอ.ขสมก.สามารถใช้อำนาจดำเนินการได้ ส่วนจุดอื่นๆ เนื่องจากมีมูลค่ารวมกัน 400 ล้านบาท จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ขสมก. ตามขั้นตอน

ด้านนายนพดล นิ่มพัชราวุธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด กล่าวว่า การเข้าเยี่ยมชมโรงงานสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ขสมก. ในการติดตามความพร้อมของโครงการอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านตัวรถ กระบวนการผลิตและประกอบ การตรวจสอบคุณภาพ ตลอดจนความพร้อมด้านอะไหล่และการซ่อมบำรุง เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ สร้างความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน รวมถึงสนับสนุนระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยรถโดยสารไฟฟ้าทั้ง 1,520 คันจะผลิตและประกอบในประเทศไทยด้วยฝีมือคนไทย ตั้งแต่กระบวนการขึ้นโครง ประกอบตัวถัง พ่นสี ติดตั้งระบบ และตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานก่อนการส่งมอบ
“นครชัยแอร์มีความมั่นใจว่าจะสามารถจัดหาและส่งมอบรถโดยสารไฟฟ้าพลังงานสะอาดสำหรับโครงการจำนวน 1,520 คัน ให้เป็นไปตามคุณสมบัติและกรอบเวลาที่กำหนด โดยวันนี้นครชัยแอร์ได้ร่วมกับ ขสมก. เข้าเยี่ยมชมโรงงานพร้อมคณะสื่อมวลชน เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เห็นความพร้อมของรถโดยสาร โรงงาน กระบวนการผลิตและประกอบ รวมถึงบุคลากรไทยที่อยู่เบื้องหลังโครงการด้วยตนเอง”
ส่วนนายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานกรรมการ บมจ. เน็กซ์ พอยท์ [NEX] กล่าวว่า รถโดยสารไฟฟ้าพลังงานสะอาดในโครงการนี้ไม่ได้นำเข้ามาส่งมอบ แต่จะผลิตและประกอบในประเทศไทยที่โรงงาน AAB ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน อีกทั้งรถทั้ง 1,520 คันไม่ได้เป็นเพียงรถโดยสารสำหรับให้บริการประชาชน แต่ยังหมายถึงการจ้างงาน การสร้างองค์ความรู้และการพัฒนาทักษะด้านวิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถโดยสารภายในประเทศ
โดย คคฦ/รัชดา คงขุนเทียน





