นางดวงรัตน์ สมุทวณิช ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานกำกับบริษัทจดทะเบียนและตราสารอื่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง ความคืบหน้าในการปรับปรุงเกณฑ์กำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน โดยระบุว่า เป้าหมายหลักคือการทำให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและรวดเร็วเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ส่งเสริมกลไกโครงสร้างและการทำหน้าที่ของกรรมการ และ Gatekeeper ของบจ. ทั้งกรรมการตรวจสอบและผู้ตรวจสอบภายใน โดยมี 4 มาตรการ ที่ปิดรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาซึ่งคาดว่าจะประกาศปีนี้ และทยอยบังคับใช้ตามภาระผลกระทบของบจ. และความจำเป็นของผู้ลงทุน
ส่วนแผนงานด้านกำกับดูแลที่อยู่ในกระบวนการ ประกอบด้วย
1. ยกระดับมาตรการดำเนินการกรณี ID และ AC ไม่ครบถ้วน
ปัจจุบัน โครงสร้างกรรมการของบจ. ต้องมีลักษณะดังนี้
- มีกรรมการอิสระ (ID) มากกว่าหรือเท่ากับ 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และมากกว่าหรือเท่ากับ 3 คน เพื่อถ่วงดุลอำนาจ สร้างความโปร่งใส ถ้าทำไม่ได้ จะมีการเปิดเผยข้อมูลใน one report
- มี กรรมการตรวจสอบ (AC) มากกว่าหรือเท่ากับ 3 คน (ต้องเป็นกรรมการอิสระ) ทำหน้าที่สอบทานรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายใน การปฏิบัติตามเกณฑ์ต่าง ๆ รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งหากแก้ไขไม่ได้จะนำไปสู่การเพิกถอน
โดยข้อเสนอ ของมาตรการดังกล่าว ได้แก่ ยกระดับการดำเนินงานกรณี ID ไม่ครบถ้วน โดยใช้แนวทางกรณีเดียวกับที่ AC ไม่ครบถ้วน เพื่อกระตุ้นให้ บจ. เร่งแต่งตั้ง ID เพื่อให้โครงสร้างกรรมการมีการถ่วงดุล รวมทั้งข้อเสนอลดระยะเวลาแก้ไขในช่วง SP จากเดิม 2 ปี เป็น 1 ปี เพื่อกระตุ้นให้บจ. เร่งแก้ไข
2. กำหนดคุณสมบัติหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายใน IA
ตลท. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้า IA หรือ Internal Audit (การตรวจสอบภายใน) เพื่อให้เป็นหูเป็นตาที่มีประสิทธิภาพ โดยมีเกณฑ์ดังนี้:
- คุณสมบัติ ต้องมีวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับงาน IA ตามที่กำหนด และต้องมีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยต้องเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับ IA ไม่น้อยกว่า 3 ปี สำหรับบจ. ที่เข้าจดทะเบียนใหม่ แต่สำหรับบจ. ปัจจุบัน ได้รับยกเว้นคุณสมบัติด้านประสบการณ์ทำงานขั้นต่ำไปจนกว่าจะเปลี่ยนแปลง IA
- การเปิดเผยข้อมูล: บจ. ต้องแจ้งรายชื่อและคุณสมบัติหัวหน้า IA ภายใน 3 วันทำการ และเปิดเผยในแบบประเมินการดำรงคุณสมบัติประจำปี และแนวทางแก้ไขกรณี IA ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์
สำหรับผลบังคับใช้ คาดบังคับใช้กับ New Listing พร้อมก.ล.ต. ในวันที่ 1 มกราคม 2571 และสำหรับ บจ. เดิมในวันที่ 1 มกราคม 2572
3. เปิดเผยแบบประเมินการดำรงคุณสมบัติของบจ.
ปัจจุบันข้อมูลเกี่ยวกับการดำรงคุณสมบัติของบจ. กระจายอยู่ในรายงานหลายฉบับ ผู้ลงทุนและคณะกรรมการบจ. จึงขาดภาพรวมในการติดตามการปฏิบัติตามเกณฑ์ดำรง
ดังนั้นเพื่อให้ผู้ลงทุนเห็นภาพรวมการดำรงคุณสมบัติของบจ. ในที่เดียว และคณะกรรมการบจ. ติดตามและให้ความสำคัญต่อการดำรงคุณสมบัติในการเป็นบจ. เสนอให้บจ. จัดทำแบบประเมินฯ โดนเรื่องใดที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ ให้ระบุแนวทางแก้ไข และเสนอคณะกรรมการบริษัทรับรอง และ และส่งพร้อม One Report ทุกปี คาดว่าจะเริ่มใช้พร้อมกับการนำส่ง One Report ปี 69 (นำส่งต้นปี 70)
4. ยกระดับการดำเนินการกรณี บจ. ไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์เปิดเผยข้อมูล
กรณีบริษัทเปิดเผยข้อมูลล่าช้าหรือผิดพลาด ตลท. จะมีการตักเตือนบจ. และหากบจ. ไม่เปิดเผยข้อมูล ตลท. จะขึ้นหยุดพักการซื้อขาย ขึ้นเครื่องหมาย SP 2 ปี และนำไปสู่การเพิกถอน สำหรับข้อเสนอใหม่ หากบจ. เปิดเผยข้อมูลล่าช้า เปิดเผยผิดพลาด ตลท. จะมีหนังสือเตือน และบจ. ต้องเปิดเผยแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก และกรณีที่บจ. ไม่เปิดเผยข้อมูล จะลดระยะเวลา SP เป็น 1 ปี
ทั้งนี้คาดว่าจะสรุปผล Hearing และประกาศเกณฑ์ได้ในปีนี้ และทยอยบังคับใช้ สำหรับการเปิดเผยแบบประเมินการดำรงคุณสมบัติของบจ เดิมตั้งเป้าเริ่มปี 2570 แต่เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนบางส่วนขอเวลาเตรียมตัวเพิ่มเติม ตลท. จึงอยู่ระหว่างพิจารณาว่าอาจจะเลื่อนออกไปเพื่อไม่ให้สร้างภาระต้นทุนที่สูงเกินไปในช่วงแรก
โดย วรินทร ศิรินอก /เสาวลักษณ์ อวยพร





