โกลด์แมน แซคส์-แบงก์ ออฟ อเมริกา ผนึก 21 สถาบันการเงิน เตรียมออกสเตเบิลคอยน์อิงดอลลาร์ปี 2570

กลุ่มสถาบันการเงิน 21 แห่ง นำโดยโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs), แบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America), ซิตี้ (Citi) และดอยช์แบงก์ (Deutsche Bank) เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ว่า มีแผนจัดตั้งบริษัทในปี 2569 เพื่อออกสเตเบิลคอยน์ที่ตรึงมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปี 2570

กลุ่มดังกล่าวระบุว่า มีแผนขยายไปออกสเตเบิลคอยน์ที่ตรึงมูลค่ากับสกุลเงินอื่น ๆ ของกลุ่ม G7 โดยให้เงินยูโรเป็นสกุลเงินเป้าหมายลำดับแรก ทั้งนี้ กลุ่มนี้ประกาศเปิดตัวครั้งแรกในเดือนต.ค. 2568 โดยขณะนั้นมีธนาคารเข้าร่วมเพียง 10 แห่ง

สเตเบิลคอยน์เป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่ใช้โอนเงินทั่วโลก และส่วนใหญ่ใช้ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี อย่างไรก็ตาม ราคาคริปโทเคอร์เรนซีที่ฟื้นตัวขึ้นในปี 2567 ประกอบกับการสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ช่วยกระตุ้นความสนใจให้นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในระบบการเงินกระแสหลักอีกครั้ง

กลุ่ม 21 สถาบันการเงินนี้จะต้องแข่งขันกับกลุ่มพันธมิตรอีก 37 แห่งที่จัดตั้งบริษัทชื่อคิววาลิส (Qivalis) โดยกลุ่มนี้ระบุว่ามีแผนเปิดตัวสเตเบิลคอยน์ที่ตรึงมูลค่ากับเงินยูโรในช่วงปลายปี 2569

สถาบันการเงินบางแห่ง เช่น ธนาคารบีบีวีเอ (BBVA) ของสเปน เข้าร่วมทั้ง 2 กลุ่ม ขณะที่ World Liberty Financial ธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีของครอบครัวทรัมป์ ก็ได้ออกสเตเบิลคอยน์ของตัวเองเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ความต้องการสเตเบิลคอยน์ที่ออกโดยธนาคารยังคงมีอยู่อย่างจำกัด

ตลาดสเตเบิลคอยน์ยังคงมีผู้นำคือเทเทอร์ (Tether) ที่ตั้งอยู่ในเอลซัลวาดอร์ โดยบริษัทระบุว่าได้ออกโทเคนที่ตรึงมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐแล้วกว่า 1.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำกำไรหลายพันล้านดอลลาร์จากการนำสินทรัพย์สำรองไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ รวมถึงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

โซซิเอเต้ เจเนเรล (Societe Generale) ของฝรั่งเศส ที่ไม่ได้เข้าร่วมทั้ง 2 กลุ่มนี้ กลายเป็นธนาคารรายใหญ่แห่งแรกที่ออกสเตเบิลคอยน์ที่มีดอลลาร์สหรัฐหนุนหลังผ่านบริษัทในเครือด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2568 อย่างไรก็ตาม โทเคนดังกล่าวยังไม่ได้รับความนิยมแพร่หลาย โดยมีมูลค่าหมุนเวียนในระบบเพียง 12.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของบริษัท

ด้านคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่า สเตเบิลคอยน์ที่ออกโดยภาคเอกชนสร้างความเสี่ยงต่อนโยบายการเงินและเสถียรภาพทางการเงิน

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต