
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เปิดเผยกับนักข่าวว่า การโจมตีของยูเครนตลอด 40 วันที่ผ่านมา ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนราว 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) แต่ยังคงยืนยันว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไม่ใช่ขั้นวิกฤตสำหรับรัสเซีย
ปูตินเปิดเผยขณะเยือนคีร์กีซสถานเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ว่า ยูเครนสร้างความเสียหายให้รัสเซียจริง โดยกล่าวว่า “ความเสียหายโดยรวมจากการประเมินเบื้องต้นของเรานั้นค่อนข้างสูง อยู่ที่ราว 1% ของ GDP แต่นั่นไม่ใช่ความเสียหายขั้นวิกฤตสำหรับเรา”
การโจมตีของยูเครนได้ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งทางทะเลดำของรัสเซีย ซึ่งรองรับการส่งออกธัญพืชของรัสเซียมากกว่า 70% รวมถึงการขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ เช่น น้ำมัน เหล็กกล้า และถ่านหิน
ความเสียหายจากการโจมตีของยูเครนต่อโรงกลั่นน้ำมันและท่าเรือในทะเลดำ ส่งผลให้ยอดการส่งออกน้ำมันดิบทางทะเลของรัสเซียลดลงเหลือ 3.46 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วง 4 ซึ่งสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 23 ส.ค. นอกจากนี้ คลังเก็บธัญพืชขนาดใหญ่บางแห่งของรัสเซียในทะเลดำต้องหยุดดำเนินงานในเดือนส.ค. หลังถูกโดรนโจมตีจนทำให้ช่องทางลำเลียงสินค้าพังทลายและไซโลเก็บสินค้าหลายแห่งได้รับความเสียหาย
ขณะเดียวกัน ปธน.เซเลนสกี ได้ออกมาขู่เมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ว่า ยูเครนเตรียมส่งฝูงโดรนโจมตีเป็นจำนวนมาก เพื่อบีบให้รัสเซียต้องปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ ซึ่งทางปธน.ปูติน ยืนยันว่า รัสเซียพร้อมจะหามาตรการตอบโต้ทันที หากยูเครนยกระดับการโจมตีตามที่ขู่ไว้จริง
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





