
นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน มี 3 หน่วยงานที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม เพื่อเปิดระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund : IFF) วงเงินรวม 60,000-70,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยเห็นความชัดเจนได้ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
สำหรับทั้ง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ EGAT วงเงินรวม 18,000 ล้านบาท โดยการระดมทุนครั้งนี้ เพื่อรองรับโครงการโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) และโครงการระบบส่งไฟฟ้า (Grid) ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ ส่งผลให้หน่วยงานมีความจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินลงทุนมากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในเดือน มิ.ย.70
2. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีแผนจะระดมทุนราว 20,000 ล้านบาท สำหรับรองรับการดำเนินโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 (ช่วงกะทู้-ป่าตอง) ระยะทางรวม 3.98 กิโลเมตร โดยเป็นโครงการก่อสร้างทางยกระดับและเจาะอุโมงค์ผ่านภูเขา เพื่อเชื่อมระหว่างอำเภอกะทู้ และหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ที่มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุทางถนน เพิ่มทางอพยพภัยพิบัติ และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2574 และรองรับโครงการก่อสร้างเส้นทางลงสู่ภาคใต้อีก 1 เส้นทาง วงเงินราว 6,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในเดือน ต.ค.70
3. กรมทางหลวง (ทล.) คาดว่าจะระดมทุนราว 30,000 ล้านบาท สำหรับเตรียมเตรียมเดินหน้าโครงการมอเตอร์เวย์ สาย 8 (M8) ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงข่ายลงภาคใต้ที่เชื่อมโยงกับถนนพระราม 2 ที่บริเวณทางแยกต่างระดับบ้านแพ้ว ซึ่งล่าสุดได้เปิดรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว 2 รอบ หลังจากนั้น จะเร่งเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาได้ในเดือน ก.ย.นี้ และเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงเดือน ต.ค.69 โดยประเมินว่า จะมีความชัดเจนในเดือน ธ.ค.69 หรือไม่เกินกลางปีงบประมาณ 2571
“โครงการ M8 นี้ กรมทางหลวง จะใช้เงินจากกองทุนเงินค่าธรรมเนียมผ่านทาง ซึ่งเป็นรายได้ที่จัดเก็บจากมอเตอร์เวย์ M7 (กรุงเทพฯ-มาบตาพุด) และ M9 (วงแหวนรอบนอกด้นตะวันออก) มาใช้เป็นแหล่งเงินทุนหลักในการก่อสร้าง M8 ดังนั้น กรมทางหลวงจึงจะมีการระดมทุนราว 30,000 ล้านบาท จากทั้งหมด 40,000 ล้านบาท ส่วนอีก 10,000 ล้านบาท จะเป็นเงินของกรมทางหลวงเอง ส่วนการระดมทุนของทุกโครงการ จะทยอยระดมทุนตามความต้องการใช้จริง โดยใช้เท่าไร ก็ระดมทุนเท่านั้น เพื่อแก้ปัญหาเรื่องต้นทุนจากดอกเบี้ย” ผู้อำนวยการ สคร. ระบุ
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





