ผ่าสูตรทรานส์ฟอร์ม GLOBAL ใช้ AI-Cloud ปฏิวัติ 100 สาขา ชูเทคโนโลยีนำทางรอดอุตสาหกรรมแข่งเดือด

นายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ [GLOBAL] กล่าวในงาน Thailand Transition #เปลี่ยนอนาคตประเทศไทย หัวข้อ “AI X ESG” ปฏิบัติการทรานส์ฟอร์ม “โกลบอลเฮ้าส์” โดยปัจจุบัน โกลบอลเฮ้าส์มีสาขาทั้งหมด 100 สาขา และยังสยายปีกไปเติบโตในประเทศเพื่อนบ้านผ่านการร่วมทุน (JV) ทั้งใน สปป.ลาว ,เมียนมา, กัมพูชา, และอินโดนีเซีย 

นายวิทูร กล่าวว่าการดำเนินธุรกิจภายใต้การแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมหัวใจสำคัญคือ “เทคโนโลยี” โกลบอลเฮ้าส์เริ่มต้นจัดระเบียบข้อมูลมาตั้งแต่ 5-6 ปีที่แล้ว โดยนำระบบ Cloud มาใช้ตั้งแต่ต้นปี ทำให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) เพราะมองว่าเทคโนโลยีทำให้คู่ค้าสามารถติดต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องมีสำนักงานในกรุงเทพฯ

บริษัทได้พัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem) ของตนเอง และเก็บข้อมูล (Database) อย่างเป็นระบบมานานกว่า 10 ปี ทำให้พร้อมสำหรับการต่อยอดนำ AI มาใช้งาน โดยบริษัทนำ AI เข้ามาใช้ในองค์กรอย่างจริงจังเพื่อเป้าหมายคือ ให้พนักงานทำงานสบายขึ้นและง่ายขึ้น อาทิ ระบบ HR บนมือถือ AI สแกนใบหน้าเข้าทำงาน AI สัมภาษณ์งาน และ ระบบวางบิลออนไลน์

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจที่กำลังซื้อหดตัว บริษัทก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน กลยุทธ์ในตอนนี้คือต้องรักษาการเติบโต โดยที่สำคัญที่สุดคือต้องบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow) ให้เป็นบวกเสมอ

นายวิทูร กล่าวอีกว่า ส่วนการขยายสาขาในอนาคต แม้จะมีความท้าทายด้านความไม่สงบชายแดน แต่บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง โดยปกติบริษัทจะขยายสาขาทุกปี ปีละ 6-8 สาขา อย่างไรก็ตามปีที่ผ่านมาบริษัทขยายสาขาในพื้นที่ติดชายแดน เมื่อมีความแย้งทางชายแดนเกิดขึ้น ทำให้ไม่สามารถเปิดสาขานั้นได้

แม้ปัจจุบันจะมีความไม่แน่นอนสูง แต่บริษัทยังมีแผนในการขยายสาขา โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ปัจจุบันมีสาขาครอบคลุมตั้งแต่ สงขลา, ปัตตานี, สตูล, พัทลุง และนราธิวาส และมีแผนจะขยายไปยังจังหวัดยะลาในปีหน้า

โดย วรินทร ศิรินอก