ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.97/98 แข็งค่าเกาะกลุ่มภูมิภาคส่วนใหญ่ คาดกรอบพรุ่งนี้ 32.85 – 33.20

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.97/98 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงเช้าเปิดตลาดที่ระดับ 33.18 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดแข็งค่าจากช่วงเช้า หลังจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้า และชะลอตัวในช่วงบ่าย ขณะที่สกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่า ยกเว้นเงินเยนญี่ปุ่นที่มีเรื่องการแทรกแซงค่าเงิน โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95-33.20 บาท/ดอลลาร์

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามคืนนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดนำเข้า-ส่งออก และดุลการค้าเดือนก.ค.

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.85 – 33.20 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 156.31/34 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 158.54 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1605/1606 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1590 ดอลลาร์/ยูโร

– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,576.92 จุด เพิ่มขึ้น 1.85 จุด (+0.12%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 64,483.60 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,950.73 ล้านบาท

– กกร.-ธนาคารโลก ดัน 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ยกระดับการเติบโตของ GDP ที่แท้จริงให้สูงขึ้น 5.5% และเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงและครอบคลุมทุกภาคส่วน

– ธนาคารโลกแนะนำว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อหัวมากกว่าเท่าตัว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2580 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ธนาคารโลกมองว่าไทยยังคงสามารถไปได้ถึง หากรัฐบาลไทยเร่งผลักดันการปฏิรูปเพื่อกระตุ้นผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน

– ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ได้ร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ในการพัฒนาแคมเปญกระดับโลก เพื่อออกพิมพ์เขียวความปลอดภัยทางการเงิน ในชื่อ “Bangkok Blueprint” ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานประชุมใหญ่เดือนต.ค.นี้ เพื่อใช้เป็นกรอบอ้างอิงระดับสากลในการต่อสู้กับกลโกงดิจิทัล

– 3 หน่วยงาน ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และกรมทางหลวง (ทล.) อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม เพื่อเปิดระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund : IFF) วงเงินรวม 60,000-70,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยเห็นความชัดเจนได้ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป

– หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินว่า ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ส่งสัญญาณในการประชุม Jackson Hole ว่าเฟดยังคงมี “งานต้องทำ” หากเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่ปรับตัวกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างชัดเจน ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเป็นประมาณ 60% จาก 35% ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และดอลลาร์ให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น

– ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.75% เนื่องจากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำช่วยให้คณะกรรมการกำหนดนโยบายของ BNM สามารถคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม โดย BNM ได้ตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับดังกล่าว นับตั้งแต่เดือนก.ค. 68

– ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ณ สิ้นเดือนส.ค. อยู่ที่ระดับ 4.4228 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.433 หมื่นล้านดอลลาร์ จากเดือนก.ค. โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน