ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 200 จุด ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย หลังจ้างงานร้อนแรงเกินคาด

ณ เวลา 21.04 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 215.11 จุด หรือ 0.40% สู่ระดับ 53,471.00 จุด

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงาน

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ซึ่งมักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของเฟด พุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.425% ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2568

นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. จากเดิมที่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาด

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 60.2% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 49.4% เมื่อวานนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 39.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 50.6% เมื่อวานนี้

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 55,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนก.ค.เป็นเพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าลดลง 23,000 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 127,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ขณะที่ภาครัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 35,000 ตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 3.1% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.0% และเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์

ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

ส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งแสดงสัดส่วนของกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมด อยู่ที่ระดับ 61.6%

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ