ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (4 ก.ย.) หลังข้อมูลระบุว่า นายจ้างสหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงาน 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 56,000 ตำแหน่งอย่างมาก ส่งผลให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.27% สู่ระดับ 99.177
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 156.22 เยนในวันศุกร์ (4 ก.ย.) จาก 155.5 เยนในวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.8102 ฟรังก์สวิส จาก 0.8068 ฟรังก์สวิส และแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3839 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.3788 ดอลลาร์แคนาดา
เงินยูโรอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 1.1611 ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ จาก 1.1635 ดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 1.3514 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.3539 ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐลดช่วงบวกลงบางส่วน เนื่องจากตลาดสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว 3 วัน และนักลงทุนรอข้อมูลเงินเฟ้อที่จะเปิดเผยในสัปดาห์หน้า โดยวันจันทร์ (7 ก.ย.) เป็นวันหยุดราชการของสหรัฐฯ เนื่องในวันแรงงาน (Labor Day)
การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนส.ค.เกิดขึ้นหลังจากการจ้างงานในเดือนก.ค.ลดลงอย่างไม่คาดคิด 23,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1%
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า เขาไม่คิดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์มากนัก โดยชี้ว่าตลาดจะให้น้ำหนักกับข้อมูลเงินเฟ้อที่จะเปิดเผยในสัปดาห์หน้า และทิศทางตลาดจะขึ้นอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นสำคัญ
ข้อมูลเศรษฐกิจเดือนส.ค.ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.หรือไม่ โดยคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟดกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) ว่า หากข้อมูลที่จะเปิดเผยในเร็ว ๆ นี้ยืนยันว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อกำลังชะลอตัวลง เขามีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม
ในสัปดาห์หน้า สหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อจากราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) และข้อมูลเงินเฟ้อจากราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ (11 ก.ย.) โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจากดัชนีราคาผู้บริโภค (Core CPI) จะชะลอตัวลงสู่ 2.4% เมื่อเทียบรายปี จาก 2.5% ในเดือนก.ค.
นักลงทุนในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย Fed Funds เพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. เป็น 57% จาก 50% ก่อนการเปิดเผยข้อมูลจ้างงานดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมากในสัปดาห์นี้ เนื่องจากนักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นหรือเร็วขึ้น โดยเงินเยนกำลังทดสอบระดับ 155.21 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดหลังจากการแทรกแซงตลาดร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เมื่อเดือนที่แล้ว หากเงินเยนแข็งค่าผ่านระดับดังกล่าวได้ จะถือว่าแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.
อัตสึชิ มิมูระ นักการทูตด้านค่าเงินระดับสูงของญี่ปุ่นกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เขายังคงจับตาความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำเตือนว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีความพร้อมที่จะเข้าแทรกแซงตลาด หากเงินเยนอ่อนค่ามากเกินไป
นักลงทุนยังคาดการณ์ว่า นักลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงบริษัทประกันและกองทุนบำเหน็จบำนาญ อาจถอนเงินลงทุนออกจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และหันไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นมากขึ้น หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้น
JPMorgan ระบุว่า การคาดการณ์เกี่ยวกับการนำเงินลงทุนของกองทุนบำเหน็จบำนาญญี่ปุ่นกลับประเทศ รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ ดูเหมือนจะสูงเกินจริงอยู่บ้างในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารระบุว่า การปิดสถานะขายเงินเยนที่มีการประเมินว่ามีมูลค่า 16-17 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 1.0236-1.0876 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ อาจส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงมาอยู่ในช่วง 142-146 เยนต่อดอลลาร์
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





