
ทางการจีนกำลังอัดฉีดเงินทุนจำนวน 3 แสนล้านหยวน (4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับธนาคารและบริษัทประกันขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งนับเป็นการเพิ่มเงินกองทุนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบการเงินและสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัว
กระทรวงการคลังจีนแถลงในวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) ว่า ทางกระทรวงฯ จะออกพันธบัตรรุ่นพิเศษเพื่อเพิ่มเงินกองทุนให้แก่สถาบันการเงิน 8 แห่ง ซึ่งรวมถึงอินดัสเทรียล แอนด์ คอมเมอร์เชียล แบงก์ ออฟ ไชน่า (Industrial & Commercial Bank of China), อะกริคัลเจอรัล แบงก์ ออฟ ไชน่า (Agricultural Bank of China) และพีเพิลส์ อินชัวรันซ์ คอมพานี (กรุ๊ป) ออฟ ไชน่า (People’s Insurance Company (Group) of China)
การเพิ่มเงินกองทุนในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการใช้นโยบายที่เริ่มขึ้นในปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลจีนประกาศแผนเพิ่มเงินกองทุนให้กับธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดเป็นครั้งแรก โดยรายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลประจำปีนี้ได้เสนอให้มีการออกพันธบัตรรัฐบาลพิเศษวงเงิน 3 แสนล้านหยวนเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำว่าการดำเนินการล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่รัฐบาลจีนได้วางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อเสริมแกร่งให้กับระบบการเงิน
นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นการเพิ่มเติมจากเม็ดเงินที่รัฐบาลจีนอัดฉีดไปแล้วรวม 5 แสนล้านหยวนนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ขณะที่รัฐบาลได้ยกระดับความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจจีนซึ่งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก โดยเมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจรายปี ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายของจีนกำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การอุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้และการสนับสนุนทางการเงินอื่น ๆ สำหรับภาคธุรกิจและผู้บริโภค
ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสนับสนุนภาคการเงินของจีน หลังจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เฉลี่ยของภาคธนาคารจีนลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งจำกัดความสามารถของธนาคารพาณิชย์ในการเติมเงินกองทุนผ่านกำไรสะสม
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





