สหรัฐฯ ชี้ดีลนิวเคลียร์อิหร่านอาจไม่เกิดขึ้น มุ่งเดินหน้าสกัดศักยภาพผลิตอาวุธ

คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ อาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อสกัดไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 7

ไรต์กล่าวในรายการ “This Week” ของสถานีโทรทัศน์ ABC เมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) ว่า สหรัฐฯ อาจเลือกทำลายขีดความสามารถของอิหร่านในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แทนการบรรลุข้อตกลง พร้อมระบุว่า การบรรลุข้อตกลงอาจต้องรอรัฐบาลชุดต่อไปของอิหร่าน

ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำมาตลอดว่า การป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังต้องการให้มีการเจรจากับอิหร่านเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้ง ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น

เมื่อถูกถามว่า สหรัฐฯ จะเดินหน้าโจมตีอิหร่านหรือไม่ หากอิหร่านพยายามฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ ไรต์กล่าวว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องทำลายขีดความสามารถของอิหร่านในการทำเช่นนั้น

ไรต์ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังลดทอนความสามารถของอิหร่านทั้งในการพัฒนาและนำส่งอาวุธนิวเคลียร์สู่เป้าหมาย พร้อมเสริมว่า ภารกิจดังกล่าวเป็นความพยายามที่ดำเนินมายาวนานถึง 47 ปีแล้ว และจะทำงานร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาคต่อไป

ต่อมา ไรต์ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Face the Nation” ของสถานีโทรทัศน์ CBS ว่า ทรัมป์ยังคงต้องการให้มีการเจรจาเพื่อหาข้อยุติ และจะใช้กำลังทหารเมื่อมีความจำเป็นอย่างยิ่งเท่านั้น

ไรต์ย้ำว่า ภารกิจสำคัญของกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคขณะนี้คือการสกัดการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบ รวมถึงก๊าซธรรมชาติของอิหร่าน เพื่อกดดันเศรษฐกิจและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายจากระบอบการปกครองปัจจุบัน หรือระบอบใหม่

ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจา กล่าวว่า การตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ แบบ “ได้สัดส่วน” ได้สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมเตือนว่า การกระทำใด ๆ ที่กระทบต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของอิหร่านนับจากนี้ จะเผชิญการตอบโต้ที่ “รวดเร็ว หนักหน่วง และเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม”

กาลิบาฟยอมรับว่า สงครามกำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อเศรษฐกิจอิหร่าน โดยเฉพาะความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เงินเฟ้อ การว่างงาน และการควบคุมเสถียรภาพตลาด ซึ่งกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านพึ่งพาการผลิตภายในประเทศมากขึ้น และนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่าน 3 ลำ โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ทำให้เรือ 2 ลำหมดสภาพการใช้งานอย่างถาวร โดยลำหนึ่งอยู่บริเวณนอกชายฝั่งเกาะคาร์ก และอีกลำอยู่ใกล้เมืองจาส์ก ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันอีกลำถูกโจมตีในอ่าวโอมาน

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต