
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.86 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงเช้า ที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.92 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.83 – 32.96 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ตามทิศทางของเงินสกุลอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะเงินเยน ที่แข็งค่าขึ้นค่อนข้างเร็วมากในวันนี้ และเป็นระดับที่แข็งค่าสุดในรอบ 7 เดือน
“เงินบาทวันนี้ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยตามทิศทางของเงินเยนญี่ปุ่น ที่แข็งค่าไปเร็วมาก และเป็นการแข็งค่าสุดในรอบ 7 เดือน” นักบริหารเงิน ระบุ
สำหรับคืนนี้ยังไม่มีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ แต่คืนวันอังคาร จะมีการรายงานดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือนส.ค., รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์ และ การคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือนส.ค.
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.75 – 33.00 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 154.45 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 156.02 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1620 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1610 ดอลลาร์/ยูโร
– ดัชนี SET ปิดที่ 1,618.82 จุด เพิ่มขึ้น 23.24 จุด (+1.46%) มูลค่าซื้อขาย 60,082.90 ล้านบาท
– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,766.98 ล้านบาท
– ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) เดือนส.ค.69 พบว่า ดัชนี ICI ในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ที่ระดับ 165.89 โดยนักลงทุนมองว่า การไหลเข้าของเงินทุน เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมา คือ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
– กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนส.ค.69 เพิ่มขึ้น 2.53% จากเดือนเดียวกันปีก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันในประเทศยังทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้าง ขณะที่แนวโน้มเงินเฟ้อเดือนก.ย.ยังมีโอกาสเป็นบวก
– กระทรวงพาณิชย์ คาดอัตราเงินเฟ้อไตรมาส 4/2569 เพิ่มขึ้น 2.70% แนะจับตา 2 ปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อเงินเฟ้อปลายปี คือ ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ภัยแล้งจากภาวะเอลนีโญ โดยยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั้งปี 2569 ไว้ที่ 1.5 – 2.5%
– สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ส่งสัญญาณถึงรัฐบาล แนะกำหนดเป้าหมายการออมแห่งชาติ ควบคู่ไปกับการลงทุนรองใหม่ ดันสัดส่วนการออมแตะ 28-30% ของ GDP ชง 4 ข้อเสนอ เริ่มแรงจูงใจผ่าน TISA ปฏิรูปกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ผลักดันกฎหมาย Trust ดึงเงินคนไทยกลับประเทศ
– กระทรวงการคลังญี่ปุ่น เผย ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ เดือนส.ค. ลดลง 7.958 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 6.18% จากเดือนก.ค. มาอยู่ที่ระดับ 1.21 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 โดยทุนสำรองในเดือนส.ค.ยังปรับตัวลงมากที่สุดทั้งในแง่อัตรา และมูลค่า นับตั้งแต่ เม.ย. 2543
– รัฐบาลญี่ปุ่น กำลังประสานจัดการหารือระหว่าง นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนนี้ โดยญี่ปุ่นต้องการหารือกับสหรัฐฯ ในประเด็นจีน ท่ามกลางความกังวลว่า 2 มหาอำนาจ อาจกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันมากขึ้น หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีทรัมป์ อาจจะพบกันที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 24 ก.ย.
– สหภาพยุโรป (EU) เตรียมประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ในกรีนแลนด์ ครอบคลุมอุตสาหกรรมแร่สำคัญ การสื่อสารผ่านดาวเทียม และพลังงานหมุนเวียน ท่ามกลางความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการผนวกกรีนแลนด์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
– เศรษฐกิจเกาหลีใต้ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากการส่งออก และการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ แม้ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามตะวันออกกลาง
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน





