
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าว Tourism Outlook : เปิดเกมรุก ปลุกกระแสท่องเที่ยวไทยไตรมาสที่ 4 นำเสนอแนวทางการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ และกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงทิศทางและกลยุทธ์การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสที่ 4 โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นตลาดทั้งในและต่างประเทศเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ภัยธรรมชาติ และความผันผวนของค่าเงินบาท
ผู้ว่าฯ ททท. เปิดเผยถึง การประเมินสถานการณ์และเป้าหมายตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสำหรับปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายไว้ 3 ฉากทัศน์ (Scenarios) ได้แก่:
1. Worst-case Scenario: หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อเกินกว่า 5-6 เดือน คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 28 – 31 ล้านคน
2. Base-case Scenario: หากสถานการณ์คลี่คลายลงภายใน 3-4 เดือน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 33 ล้านคน
3. Best-case Scenario: หากสถานการณ์จบลงอย่างรวดเร็ว มีโอกาสดันตัวเลขนักท่องเที่ยวสูงถึง 33 – 34 ล้านคน
สำหรับกลยุทธ์และแคมเปญสำคัญ ด้วยกลยุทธ์หลัก Re-balance Market & Experience-based Tourism ด้วยการ Re-balance Market ปรับสมดุลตลาดใหม่ แบ่งกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวระยะใกล้ ระยะไกล และตลาดในประเทศอย่างชัดเจน รวมถึง เปลี่ยน Destination ให้เป็น Experience มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมที่กระตุ้นความน่าตื่นเต้น สร้างความทรงจำ และประสบการณ์ใหม่ ๆ แก่นักท่องเที่ยว และมีการร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เช่น กระทรวงคมนาคม สำหรับการท่องเที่ยวทางรถไฟ และการพัฒนา Sub-culture ใหม่ๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มท่องเที่ยวเฉพาะทาง
สำหรับแผนการดำเนินงาน (กันยายน – ธันวาคม) มีรายละเอียดดังนี้
เดือนกันยายน
– โครงการ “โสดแล้วไง ไปด้วยกัน”: แคมเปญกระตุ้นการเดินทางที่ต่อยอดจากเส้นทางคนโสด เอาใจกลุ่ม Solo Traveler เน้นกิจกรรม Healing และการเดินทางคนเดียวอย่างมีความสุข
– แคมเปญ “Unseen Looks Experience” การคัดสรรแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติตามฤดูกาล อาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่นใหม่ๆ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ
– กระตุ้นท่องเที่ยวภาคใต้ ชูความโดดเด่นของ จ.กระบี่ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่สวยที่สุด เน้นกลุ่ม Location & Wellness
– แคมเปญ “Thai Treasure by Amazing Thailand” กิจกรรมนำเสนอสมบัติทางวัฒนธรรม แฟชั่น และอัตลักษณ์ไทย และแคมเปญและกิจกรรมตลาดต่างประเทศ ด้วยการส่งเสริมการขายในตลาดศักยภาพ เช่น
– Tourism Expo Japan (24-27 ก.ย.) นำผู้ประกอบการไทยร่วมเปิดตลาดใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น
– World Travel Market (WTM) / Gellert Tour เน้นตลาดกลุ่ม Ultra-Luxury ความต้องการสูง (มีผู้ส่งเสริมการขายกว่า 400 คนทั่วโลกเข้าร่วมงานดันไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับลักชัวรี)
– Roadshow & Trade Fairs: จัดกิจกรรมโรดโชว์ในออสเตรเลีย รัสเซีย และร่วมงานเทรดแฟร์ที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
– รวมถึงการเจาะตลาดจีนและอาเซียน เช่น Influencer Meet @ Udon Thani จะมีการดึงอินฟลูเอนเซอร์ยอดนิยมลงพื้นที่อุดรธานี เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภาคอีสานผ่านเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศ
– การเพิ่มเที่ยวบินและเส้นทางใหม่ เช่น Riyadh Air เปิดเส้นทางบินปฐมฤกษ์เชื่อม กรุงเทพฯ – ริยาด (ซาอุดีอาระเบีย) โดยเริ่มจาก 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในเดือนกันยายน และขยายเป็น 7 เที่ยวบินในเดือนตุลาคม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นต้น
เดือนตุลาคม
มีแคมเปญในประเทศ ทั้งการเปิดตัวแคมเปญ “เติมเมืองไทยให้ใจได้ฮีล” และมาสคอตน้องสุขใจ-น้องยิ้ม เพื่อส่งเสริมเสน่ห์ไทย 5 ด้าน (Must Taste, Must Try, Must Buy, Must Seek, Must See)
รวมถึง โปรโมชันรถทัวร์: แคมเปญ “Check in เมืองไทยไปกับบัส” / ทำ Joint Promotion ร่วมกับบริษัทรถทัวร์จัดแพ็กเกจท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน
นอกจากนี้ จะมีกิจกรรมไฮไลต์ อาทิ
– งาน The Night by Amazing Thailand: กิจกรรมสร้างบรรยากาศ Night Economy ในธีมดนตรี Contemporary ผสมผสานสุนทราภรณ์ พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ จัดขึ้นวันที่ 16–27 ตุลาคม ณ สวนลุมพินี
– ประเพณีไหลเรือไฟ จ.นครพนม ยกระดับเป็น Signature Event ดึงดูดนักท่องเที่ยวและ อินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติ
– การซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค จัดขึ้นวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม โดยเชิญคณะทูตานุทูตและนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วมรับชม
– งานประชุมระดับสากล: งานประชุม IMF World Bank (12–18 ต.ค. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์) จัดกิจกรรม Gala Night
เดือนพฤศจิกายน
-โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น Thaitogether / Thai Plus: เตรียมเปิดระบบลงทะเบียนร้านค้าและรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน คาดใช้เวลาดำเนินโครงการ 2–3 เดือน
-โครงการ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย ซึ่งเป็นโครงการที่กลับมาอีกครั้ง โดยขยายความครอบคลุมไปยังบริการประเภทอื่นๆ เช่น
Music Market: ใช้ดนตรีและกีฬา (Music & Sport Tourism) กระตุ้นการเดินทางในภูมิภาค
-ส่วนตลาดจีน เตรียมจัด แคมเปญ “Nihao Month / Chinese Passport Privilege” มอบเอกสิทธิ์พิเศษแก่นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางช่วง ก.ย.–ธ.ค.
-กิจกรรมและประเพณีสำคัญ เช่น “เนรมิตอัมพวา”/ งานพืชสวนโลก (Udon Expo 2026) ผลักดันการเพิ่มเที่ยวบินพาณิชย์และไฟล์ตเช่าเหมาลำลงสนามบินอุดรธานี / งาน วิจิตรเจ้าพระยา & วิจิตรทรานส์ (13 พ.ย. – 13 ธ.ค.): กิจกรรมแสดงแสงสีริมแม่น้ำเจ้าพระยา (คาดผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน) พร้อมขยายงาน “วิจิตรเมืองรอง” ไปยัง ลำพูน ร้อยเอ็ด และตรัง เพื่อดันนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 10%
-งานประเพณีลอยกระทง จัดงานมหาลอยกระทงใหญ่ ณ จ.พระนครศรีอยุธยา ชูธีม UNESCO พร้อมจัดงานในพื้นที่อื่นๆ เช่น สุโขทัย เชียงใหม่ (ยี่เป็ง) และกรุงเทพฯ
-Amazing Thailand Marathon Bangkok (28–29 พ.ย.) งานวิ่งมาราธอนใหญ่ต้อนรับนักวิ่งกว่า 63,000 คน แบ่งจัด 2 วัน (Half Marathon วันเสาร์ / Full Marathon & Fun Run วันอาทิตย์)
-Annual Global Wellness Summit: งานประชุมระดับโลกด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยว ณ จ.ภูเก็ต
เดือนธันวาคม
เตรียมจัดแคมเปญต่อเนื่อง: เติมเมืองไทยให้ใจได้ฮีล สานต่อการเดินทางช่วงเทศกาลปลายปี และยังมีงานเทศกาลดนตรีและอีเวนต์ระดับโลก ทั้ง Wonderfruit Festival: (3–7 ธ.ค.) / Tomorrowland Thailand: (11–13 ธ.ค.) / Spartan Super World Championship: ณ จ.เชียงราย / UFO Open Your Mind กิจกรรม Night Event เอาใจกลุ่มความสนใจพิเศษ (Special Interest)
นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดงานประเพณีแห่ดาว จ.สกลนคร ยกระดับประเพณีท้องถิ่นสู่ International Event และ Amazing Thailand Food Festival เดินหน้าโปรโมตอาหารไทยทั้งในและต่างประเทศ (เช่น สเปน สวิตเซอร์แลนด์ มาเลเซีย)
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





